แชร์ผ่าน

ไม่สามารถใช้ store window8.1 ได้

ไม่ระบุชื่อ
2014-08-15T03:46:39+00:00

สวัสดีค่ะ

รบกวนสอบถามหน่อยค่ะ เนื่องจากต้องการเปลี่ยนชื่อใน  c:/user/username ให้เป็น username ใหม่ จึงเข้าไปลบ user ใน  registry ทิ้งแต่ปรากฎว่าข้อมูลที่เคย setting ไว้ท้้งหมดหายหมดและไม่สามารถเข้า app store ได้เลยนะคะ และหน้า start app ก็หายหมดค่ะ (ข้อมุลตามรูปภาพด้านล่าง) รบกวนขอคำแนะนำแก้ไขด้วยค่ะ เนื่องจากลองหลายวิธีแล้วแต่ข้อมูลไม่คืนกลับ และเหมือนฟีเจอร์ของ window 8.1 บางอย่างก็เปลี่ยนไปค่ะ หน้าตาเปลี่ยนไป ทำให้ไม่แน่ใจว่าต้องทำอย่างไรนะคะ

ขอบคุณคะ

Windows สำหรับการใช้งานที่บ้าน | เวอร์ชัน Windows ก่อนหน้า | Microsoft Store

คำถามที่ถูกล็อก คำถามนี้ถูกโยกย้ายจากชุมชนฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft คุณสามารถลงคะแนนว่ามีประโยชน์หรือไม่ แต่ไม่สามารถเพิ่มความคิดเห็นหรือตอบกลับหรือติดตามคำถามได้

0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น
{count} โหวต
ยอมรับคําตอบโดยผู้สร้างคําถาม
  1. ไม่ระบุชื่อ
    2014-08-15T06:53:39+00:00

    สวัสดีครับ คุณPearA

    อย่างแรกเลย ทางทีมงานต้องขอขอบคุณสำหรับการเข้ามาเยี่ยมชมและสอบถามปัญหามายังทีมงานของ ฟอรั่ม Microsoft Community เวอร์ชั่นภาษาไทย นะครับ

    กลับมายังคำถามของคุณ ที่ได้เเจ้งมายังทีมงานของเราว่า ได้ลบ User account เก่าไป ใน Registry ซึ่งได้ส่งผลให้การเซ็ตติ้เปลี่ยนเเปลงไป ทั้งเป็นสาเหตุให้ไม่สามารถเข้าสู่ใช้งาน Windows Store  ได้นั้น ทางทีมงานของเราขออนุญาตอธิบาย ดังต่อไปนี้ นะครับ;

    เนื่องจากคุณได้ลบ  User account เก่าไปในระบบ Registry ซึ่งส่งผลให้การเซ็ตติ้งต่างๆ เปลี่ยนไปนั้น ทางทีมงานคุณจะไม่สามารถกู้คืนในส่วนนั้น ได้ เเต่ในกรณีที่คุณไม่สามารถเข้า Windows Store ได้ นั้น คุณอาจลองทำตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้ได้ นะครับ;

    ขั้นตอนเเรก

    1.กดปุ่ม Windows Logo + R

    2.เเล้วพิมพ์ศัพท์ว่า services.msc เเล้วกดปุ่ม Enter

    3.เมื่อเข้าสู่หน้าต่าง Services(Local)

    4.ค้นหาหัวข้อ Windows update เเล้วคลิ๊กขวา เเล้วกดที่ Properties

    5.ที่เเถบ General ให้มองลงมาที่หัวข้อ Startup type เเล้วให้เลือกเป็น Automatic

    6.ที่หัวข้อ Service status ให้เลือกเป็นสถานะ Start

    7.กดปุ่ม Apply เเล้วกดปุ่ม OK

    8.เเล้วเข้าไปที่ Store อีกครั้งว่าสามารถดาวน์โหลด แอพต่างๆ ที่คุณต้องการอีกครั้ง

    ถ้าหากขั้นตอนที่ เเรก เเละ ขั้นตอนที่ สอง ข้างต้นไม่สามารถช่วยเเก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ คุณอาจลองทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ทีละขั้นตอน เสร็จทีละขั้นตอน เเล้วลองเข้าสู่ Microsoft Store เพื่อดาวน์โหลดแอพที่คุณต้องจะดาวน์โหลดอีกครั้ง นะครับ;

    ขั้นตอนที่ 1

    (i)

    Reset Store Cache(ผ่าน Desktop mode)

    1. กดปุ่ม Windows key+R
    2. กดที่ Run แล้วพิมพ์ศัพท์ว่า wsreset.exe
    3. ที่หน้า Store จะมีข้อความว่า The cache for the Store was cleared. You can now browse the Store for apps
    4. กดที่ you can now browse the Store for apps เพื่อเข้าสู่  Windows Store
    5. เลือก Apps ฟรี (จาก top free apps) ที่คุณต้องการ Install หรือ apps ที่คุณต้องการจะดาวน์โหลด ฯลฯ  นะครับ)

    หรือ

    (ii)

    Reset Store Cache (ผ่าน Windows 8 Modern UI)

    1. เรียกใช้งาน Charms bar  โดยชี้เมาส์ไปที่ด้านขวามือมุมสุดแล้วค่อยเคลื่อนขึ้นไปด้านบน
    2. กด Search แล้วพิมพ์ศัพท์ว่า  wsreset.exe
    3. กดที่หัวข้อเรื่อง Apps
    4. มองไปข้างซ้ายมือแล้ว กด wsreset ที่ได้แสดงขึ้นมา
    5. ที่หน้า Store จะมีข้อความว่า The cache for the Store was cleared. You can now browse the Store for apps
    6. กดที่ you can now browse the Store for apps เพื่อเข้าสู่Windows Store
    7. เลือก Apps ฟรี (จาก top free apps) ที่คุณต้องการ Install หรือ apps ที่คุณต้องการจะดาวน์โหลด ฯลฯ  นะครับ)

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 2 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 2

    Restart computer แบบ clean boot

    a.กดปุ่ม CTRL + SHIFT + ESC (เพื่อเรียกใช้งานTask Manager)

    b.คลิ๊ก Startup tab

    c.Disable Startup item ทั้งหมด>ปิดTask Manager

    d.ไปที่ start screen พิมพ์ศัพท์ว่า m****sconfig แล้วกดปุ่ม ENTER

    e.คลิ๊กที่ Selective startup

    f. Click to clear the Load Startup Items check box

    g.คลิ๊กที่แถบ Services

    h.ติ๊กถูกที่ช่อง Hide All Microsoft Services

    i.คลิ๊ก Disable all

    j.เลือกกด Apply ต่อด้วยกด OK

    k.Restart เครื่องคอมพิวเตอร์

    l.เเล้วลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือก apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้ง นะครับ

    (ภาษาไทย)

    (เมื่อคุณได้ทำตามขั้นตอน clean boot อย่างที่ได้แนะนำไป จะส่งผลให้โปรแกรมจากเทิดปาร์ตี้ต่างๆ จะหยุดการทำงานชั่วคราว เพื่อกลับไปสู่สถานะเดิมให้ คลิ๊กปุ่ม Start->msconfig->Normal Startup->Apply->Ok->Restart)

    (ภาษาอังกฤษ)

    (* The step above will temporarily disable the third party services, to revert the action, clickStart > msconfig > Normal Startup > Apply > OK > Restart )

    (ข้อควรระวังในการทำ Clean boot)

    ไม่ควรทำการ Clean boot หากคุณใช้วิธีการ Log in เข้าวินโดวส์ด้วยกับโปรแกรมใดๆ เช่น การตรวจสอบลายนิ้วมือ จากรูปถ่ายหรือวิธีอื่นที่ไม่ใช่การ Log in โดยการพิมพ์รหัสที่เป็นมาตรฐานของวินโดวส์ เนื่องจากการทำ Clean boot จะปิดการทำงานดังกล่าว และท่านจะไม่สามารถเข้าสู่วินโดวส์ได้

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 3 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 3

    1. เคลื่อนเมาส์ไปด้านขวามือสุดที่หน้าจอช้าๆ จากด้านล่างไปด้านบน เมื่อแท็บ Search จะแสดงขึ้นมา
    2. ที่กล่อง Search ให้พิมพ์ศัพท์ว่า region
    3. ไปที่หัวขอ Settings เมื่อ region ได้แสดงขึ้นมา ให้กดที่ region
    4. เลือกกดที่แท็บ Location
    5. หากเลือก Thailand แล้วคลิ๊ก ปุ่ม Apply ต่อด้วยกด OK

    6.เเล้วลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือก apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้ง นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 4 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 4

    1. กดที่ Startscreen แล้วพิมพ์ Windows Update
    2. คลิ๊กที่ Settings
    3. คลิ๊กที่ Install optional updates
    4. คลิ๊กที่ลิงค์ที่มีข้อความว่า important update is available หากคุณต้องการที่จะติดตั้ง optional updates ที่ได้แสดงอยู่ คุณสามารถคลิ๊กลิงค์ที่มีข้อความแจ้งว่า optional updates are available ได้เช่นกันครับ

    5.Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุร เเล้วลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือก apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้ง นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 5 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 5

    หากมีโปรแกรมแอนตี้ไวรัสจากเทิดปาร์ตี้ อย่างเช่น Kaspersky, ESET, Avast, Avira, Baidu, McAFee, Bit Defender, AVG, Norton ฯลฯ ก็ให้ลอง disable/uninstall พร้อมกับโปรแกรมที่มาโปรแกรม(ที่เกี่ยวข้อง)แอนตี้ไวรัส ดังกล่าว...(หากสะดวก)ก่อน นะครับ หลังจากนั้น ให้ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือก apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้ง นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 6 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 6

    หากคุณยังไม่มี Microsoft Account/ Local account คุณสามารถสร้าง บัญชี Microsoft ตามขั้นตอนข้างล่างนี้ นะครับ หลังจากนั้นให้สลับไปมา แล้ว ลองเข้าสู่ Apps (ที่ Store)ดังกล่าวดู นะครับว่า สามารถเข้าได้ หรือ ไม่ได้;

    1. ชี้เมาส์ไปยังด้านล่างมุมขวามือ แล้วค่อยๆ เคลื่อนเมาส์ขึ้นมา แล้ว กดที่ Settings
    2. กด ที่ Change PC Settings
    3. กด ที่หัวข้อเรื่อง Users
    4. กด ที่ Add a user (อยู่ด้านขวามือ ภายใต้ (Other users)เพื่อสร้าง บัญชี Microsoft ใหม่
    5. กด ที่ Sign up for a new email address แล้วดำเนินขั้นตอนที่ได้แสดงขึ้นที่หน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณจนจบ
    6. Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

    7.หลังจากนั้น ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือก apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้ง นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 7 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 7 อีกวิธีหนึ่ง ที่คุณ อาจลองทำดู

    1.เปิดใช้งาน IE

    2.ไปที่ Tools

    1. Internet options

    4.ไปที่เเถบ Connection เเล้วกดที่ LAN settings

    5.ที่หัวข้อเรื่อง Proxy server เเล้วยกเลิกติ๊กถูกที่กล่อง Use a proxy server for you LAN ดู ครับ

    6.กดปุ่ม OK

    7.หลังจากนั้น ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือก apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้ง นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 8 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 8

    1.กดปุ่ม Windows(logo)+X

    2.แล้งเลือก กดที่ Command Prompt(Admin)

    3.หากหน้าจอไดแสดง Do you want to allow the following program to make changes to this computer? ให้กดYes

    4.เมื่อเข้าสู่หน้าจอ Administrator:Command Prompt แล้ว ให้พิมพ์ sfc /scannow

    5.รอสักพักหนึ่งจนกว่าการทำงานของ sfc /scannow จนจบ และให้ลองสังเกตว่ามี มีปัญหาหรือไม่มี

    6.หลังจากนั้น ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือก apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้ง นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 9 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 9

    1. ชี้เมาส์ไปที่มุ่มล่างสุดด้านช้ายมือ เมื่อเจอแล้วกดที่ Start Screen @กดปุ่ม Windows (logo) เพื่อเข้าสู่หน้าต่างWindows 8.1 UI
    2. กดปุ่ม Windows+F
    3. แล้วพิมพ์ศัพท์ว่า network troubleshooter
    4. คลิ๊กที่ settings
    5. มองมาด้านช้ายมือ แล้วกด Identify and repair network problems
    6. แล้วทำตามคำแนะนำที่ได้แสดงขึ้นมาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณ
    7. หลังจากนั้น กลับมาที่ Start Screen อีกครั้ง แล้ว กด Windows+F
    8. พิมพ์ศัพท์ว่า troubleshooting ที่กล่องค้นหา
    9. กดที่ settings
    10. คลิ๊กที่ Troubleshooting
    11. เลือกกดที่หัวข้อ Network and internet
    12. คลิ๊กที่ Network Adapter
    13. ทำตามคำแนะนำที่ได้แสดงขึ้นที่หน้าจอเครื่อคอมพิวเตอร์ของคุณ

    14.หลังจากนั้น ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือก apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้ง นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 10 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 10

    1.กดปุ่ม Windows + X

    2.กดที่ Command Prompt(Admin)

    3.พิมพ์ศัพท์ว่า chkdsk /r

    4.กดปุ่ม Enter

    (บางที อาจเกิดมาจากตัว hard disk ที่เสื่อมคุณภาพเเล้วก็เป็นได้ นะครับ หาก hard disk ได้เกิดความเสีย ลองเปลี่ยนเป็น hard disk ลูกใหม่ดู นะครับ )

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 11 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 11

    Internet Explorer 11 เป็น default โดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ นะครับ;

    1.เปิดหน้าต่าง Windows 8.1 Modern UI (User Interface)

    2.ชี้เมาส์ไปที่ด้านขวามือจนเเสดง Search ขึ้นมา

    3.เเล้วพิมพ์ศัพท์ว่า default programs กดที่ Settings

    4.เมื่อ default programs ได้เเสดงขึ้นมา ที่ด้านซ้ายมือ ให้กด default programs

    5.เมื่อเข้าสู่หน้าต่าง Choose the programs that Windows uses by default ให้เลือกกด Set your default programs

    6.หลังจากนั้น เลือกกด หัวข้อ Internet Explorer

    7.ต่อด้วยกด Set this program as default ที่อยู่ด้านขวามือ

    8.กดปุ่ม OK

    9.หลังจากนั้น ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือก apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้ง นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 12 นะครับ

    ขัี้นตอนที่ 12

    1.กดปุ่ม Windows Logo + R

    2.เเล้วพิมพ์ศัพท์ว่า services.msc

    3.กดปุ่ม Enter

    4.เมื่อเข้าใสู่หน้าต่าง Services ให้ค้าหาหัวข้อเรื่อง Windows Update

    5.ให้สังเกตว่าสถานะที่ช่อง Startup Type เป็นสถานะ Manual(Triggerf Start), Automatic(Trigger Start) หรือ อยู่ในสถานะ disable

    6.หากอยู่ในสถานะ disable ให้ดับเบิลคลิ๊กที่หัวข้อเรื่อง Windows Update ดังกล่าว

    7.เมื่อเข้าสู่หน้าต่าง Windows Update Properties(Local Computer) เเล้ว

    8.ให้เปลี่ยนสถานะที่ช่อง Startup type จาก disable เป็น Manual หรือ Automatic เเทน

    9.กดปุ่ม Apply ต่อด้วย กดปุ่ม Ok

    10.หลังจากนั้น ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือก apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้ง นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 13 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 13

    1.กดปุ่ม Windows key + X

    2.เลือกกด Command Prompt(Admin)

    3.พิมพ์ศัพท์ว่า

    powershell -ExecutionPolicy Unrestricted Add-AppxPackage -DisableDevelopmentMode -Register $Env:SystemRoot\WinStore\AppxManifest.xml

    4.กดปุ่ม Enter

    5.ออกจากหน้าต่าง command prompt

    6.เเล้วลองดาวน์โหลด แอพ ดังกล่าว อีกครั้ง

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 14 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 14

    นอกจากนั้น คุณสามารถอ่านเเละศึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนการเเก้ไขปัญหาดังกล่าว ตามลิงค์ข้างล่าง เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง นะครับ;

    http://windows.microsoft.com/en-gb/windows-8/what-troubleshoot-problems-app

    เสร็จการรัน Apps troubleshoot เเล้ว ให้ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือก apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้ง นะครับ

    ถ้าหากปัญหาการเข้า Windows Store ยังไม่สามารถเเก้ไขได้ ทางทีมงานของเราขออนุญาต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ นะครับ ;

    1.มีการเชื่อมต่อผ่านระบบเน็ตเวิร์คที่ต้องผ่านเครือข่ายของ Server/Domain หรือไม่ ครับ

    2.มีการติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส รุ่น อะไร เพิ่มเติม นอกจากโปรแกรมแอนตี้ไวรัส Windows Defender ไหม ครับ อย่างเช่น McAfee, Avast, Kaspersky, Baidu, Bit Defender ฯลฯ

    3.เชื่อมต่อผ่านระบบ Wireless หรือ LAN ครับ

    4.มี error message อะไรเพิ่มเติม ได้เเสดงขึ้นมา หรือ ไม่ หากมี นอกจากที่คุณได้เเจ้งมา

    5.Apps อื่นๆ สามารถเปิดใช้งานได้อย่างปกติไหม

    ได้ไม่ได้ผลอย่างไร กรุณาให้ฟีดเเบ็คกลับมายังทางทีมงานของ ฟอรั่ม Microsoft Community เวอร์ชั่นภาษาไทย ด้วยนะครับ ทางทีมงานของเราจะรอฟีดเเบ็คจากทางคุณ อีกครั้ง นะครับ

    ขอบคุณครับ

    จากทีมงานไมโครซอฟท์

    0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น

0 คำตอบเพิ่มเติม

เรียงลำดับตาม: มีประโยชน์มากที่สุด