แชร์ผ่าน

เข้าสโตร์ของwindows 8.1 pro ไม่ได้

ไม่ระบุชื่อ
2015-04-21T15:07:48+00:00

เข้าสโตร์ของwindows 8.1 pro ไม่ได้ พอเข้าแล้วขึ้นว่า  we weren't able to connect to the store. This might have happened because of a server problem or the network connection timed out.Please wait a few minutes and try again.(0x80070422)

มันคืออะไรครับ แล้วมีวิธีแก้รึเปล่าบอกด้วยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบ

Windows สำหรับการใช้งานที่บ้าน | เวอร์ชัน Windows ก่อนหน้า | Microsoft Store

คำถามที่ถูกล็อก คำถามนี้ถูกโยกย้ายจากชุมชนฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft คุณสามารถลงคะแนนว่ามีประโยชน์หรือไม่ แต่ไม่สามารถเพิ่มความคิดเห็นหรือตอบกลับหรือติดตามคำถามได้

0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น
{count} โหวต

1 คำตอบ

เรียงลำดับตาม: มีประโยชน์มากที่สุด
  1. ไม่ระบุชื่อ
    2015-04-22T05:13:03+00:00

    สวัสดีครับ คุณnatthakan srijan        

    ก่อนอื่น ทางทีมงานต้องขอขอบคุณสำหรับการเข้ามาเยี่ยมชมและสอบถามปัญหามายังทีมงานของ ฟอรั่ม Microsoft Community เวอร์ชั่นภาษาไทย นะครับ

    กลับมายังคำถามของคุณ ที่ได้เเจ้งมาว่า มี error message ได้เเสดงขึ้นมาเเจ้ง เเละระบุว่า ... "We weren't able to connect to the store. This might have happened because of a server problem or the network connection timed out. Please wait a few minutes and try again.(0x80070422)... นั้น " เนื่องจากว่า ข้อมูลบางส่วนยังไม่เพียงพอ ทางทีมงานของเราต้องขออนุญาต เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ นะครับ;

    1.ไม่ทราบว่า Windows 8/8.1 ของคุณเป็น Licensing เเบบ OEM ที่ได้ติดตั้งมาพร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ เป็น Licensing เเบบ Full Packaged Product(FPP) ที่คุณได้สั่งซื้อมาเเยกเเบบกล่องพร้อมเเผ่น CD/DVD ของ Windows 8/8.1 รุ่น ดังกล่าว ติดมาดวย ครับ

    2.ปัญหานี้ได้เกิดมานานเเค่ไหนเเล้ว ครับ ก่อนที่ปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นมา ไม่ทราบว่า คุณได้ทำการเปลี่ยนเเปลงใดๆ บน เครื่องคอมพิวเตอร์ + Windows 8.1 ตัวดังกล่าวไหม หากมีโปรดระบุ 

    3.ได้สร้าง ISO Image หรือ เเผ่น Recovery Disc ของ Windows 8/8.1 ดังกล่าว ไว้ไหม (หรือ ได้ขอบริการเพื่อรับ เเผ่น Recovery Disc /Installation Media ของ Windows 8/8.1 รุ่น ดังกล่าว จากศูนย์บริการของผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณไหม อาจต้องเสียค่าบริการเพิ่มเติม บางบริษัทคิดค่าบริการประมาณ 600 บาท ครับ เเผ่น Recovery Disc หรือ Installation Media ดังกล่าวสำคัญมาก โดยเฉพราะให้บ้างครั้ง เมื่อคุณต้องการจะดำเนินการ Restore, Refresh, Reset ระบบปฏิบัติการ Windows 8/8.1 อาจเรียข้อให้ใส่ เเผ่น Recovery Disc หรือ Installation Media ดังกล่าว นะครับ)

    4.มีการติดตั้งใช้งานผลิตภัณฑ์แอนตี้ไวรัส จากเทิดปาร์ตี้ อย่างเช่น Norton Internet Security, Avast, baidu, BitDefender, McAfee, ESET ก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น หรือ ว่า หลังจากที่ปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้น ครับ

    5.ได้ทำการ back up ข้อมูล ไฟล์ เอกสาร ต่างๆ ที่ต้องการเรียกใช้ในอนาคตทั้งหมดเเล้วหรือยังครับ

    6.ได้รัน Windows update ล่าสุดเรียบร้อยเเล้วใช่ไหม ครับ

    7.เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ พีซี หรือ โน๊ตบุ๊ค รุ่นไหน เวอร์ชั่น อะไร ครับ

    8.เครื่องคอมพิวเตอร์ พีซี หรือ โน๊ตบุ๊ค ของคุณมีการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายของระบบ Server/Domain/Proxy ไหม

    9.คุณได้ใช้ Microsoft account(ที่มีสิทธิ์เเบบ Administrator) ที่คุณได้สร้างขึ้นมา เพื่อเข้าสู่ Store ไม่ใช่เข้าสู่ Store โดยใช้ Local account ถูกต้องไหม ครับ

    ทั้งนี้ทั้งนั้น ในช่วงระยะเวลาที่ทางทีมงานของเรากำลังรอฟีดเเบ็คเเละข้อมูลเพิ่มเติมจากทางคุณอยู่ในขณะนี้ คุณอาจลองเเก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยลองทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ นะครับ(คุณอาจลอกทำตามขั้นตอน ที่คุณยังไม่ได้ลองทำ นะครับ);

    ขั้นตอนเเรก

    1.กดปุ่ม Windows Logo + R

    2.เเล้วพิมพ์ศัพท์ว่า services.msc เเล้วกดปุ่ม Enter

    3.เมื่อเข้าสู่หน้าต่าง Services(Local)

    4.ค้นหาหัวข้อ Windows update เเล้วคลิ๊กขวา เเล้วกดที่ Properties

    5.ที่เเถบ General ให้มองลงมาที่หัวข้อ Startup type เเล้วให้เลือกเป็น Automatic

    6.ที่หัวข้อ Service status ให้เลือกเป็นสถานะ Start

    7.กดปุ่ม Apply เเล้วกดปุ่ม OK

    8.เเล้วลองเปิดใช้งานเเอพต่างๆ เหล่านั้นอีกครั้ง ว่า สามารถใช้งานได้ไหม

    **********************************************************************************************************

    (ในกรณี ระบบปฏิบัติการของคุณเป็น Licensing เเบบ OEM หรือ ไม่มีเเผ่น Recovery Disc หรือ ISO Image ของ Windows 8  ถ้าหากเป็น Windows 8 Pro ที่ได้อัพเกรดมาจาก Windows ก่อนหน้านี้ อย่างเช่น Windows 7 หรือ Vista ทางทีมงานของเราหวังว่า คุณได้สร้าง หรือ มี เเผ่น Recovery Disc หรือ เเผ่น ISO Image ของ Windows รุ่นดังกล่าวอยู่ นะครับ)

    *****ถ้าหาก คุณยังไม่ได้สร้างเเผ่น Recovery Disc หรือ ISO Image ของ Windows 8 ก่อนที่จะดำเนินการอัพเดทเป็น Windows 8.1 ผ่าน Store ทางทีมงานของเราขอเเนะนำให้สร้าง เเผ่นดังกล่าวไว้ก่อน นะครับ*****

    **********************************************************************************************************

    ถ้าหากขั้นตอนเเรก อย่างข้างต้น ไม่สามารถช่วยเเก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ คุณอาจลองทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ทีละขั้นตอน เสร็จทีละขั้นตอน เเล้วลองเข้าสู่ Microsoft Store เพื่อดาวน์โหลดแอพที่คุณต้องจะดาวน์โหลดอีกครั้ง หรือลองเรียกเปิดใช้งานเเอพต่างๆ ที่เคยมีปัญหาเรียกเปิดใช้งานไม่ได้อีกครั้งหนึ่ง นะครับ(เลือกลองขั้นตอนที่คุณยังไม่ได้ลองทำ นะครับ);

    ขั้นตอนที่ 1

    (i)

    Reset Store Cache(ผ่าน Desktop mode)

    1. กดปุ่ม Windows key+R
    2. กดที่ Run แล้วพิมพ์ศัพท์ว่า wsreset.exe
    3. ที่หน้า Store จะมีข้อความว่า The cache for the Store was cleared. You can now browse the Store for apps
    4. กดที่ you can now browse the Store for apps เพื่อเข้าสู่  Windows Store
    5. เลือก Apps ฟรี (จาก top free apps) ที่คุณต้องการ Install หรือ ลองเรียกเปิดใช้งานแอพที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ว่า จะสามารถใช้งานได้ไหม นะครับ

    หรือ

    (ii)

    Reset Store Cache (ผ่าน Windows 8.1 Modern UI)

    1. เรียกใช้งาน Charms bar  โดยชี้เมาส์ไปที่ด้านขวามือมุมสุดแล้วค่อยเคลื่อนขึ้นไปด้านบน
    2. กด Search แล้วพิมพ์ศัพท์ว่า  wsreset.exe
    3. กดที่หัวข้อเรื่อง Apps
    4. มองไปข้างซ้ายมือแล้ว กด wsreset ที่ได้แสดงขึ้นมา
    5. ที่หน้า Store จะมีข้อความว่า The cache for the Store was cleared. You can now browse the Store for apps
    6. กดที่ you can now browse the Store for apps เพื่อเข้าสู่ Windows Store
    7. เลือก Apps ฟรี (จาก top free apps) ที่คุณต้องการ Install หรือ ลองเรียกเปิดใช้งานแอพที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ว่า จะสามารถใช้งานได้ไหม นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 2 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 2

    Restart computer แบบ clean boot

    a.กดปุ่ม CTRL + SHIFT + ESC (เพื่อเรียกใช้งาน Task Manager)

    b.คลิ๊ก Startup tab

    c.Disable Startup item ทั้งหมด>ปิด Task Manager

    d.ไปที่ start screen พิมพ์ศัพท์ว่า m****sconfig แล้วกดปุ่ม ENTER

    e.คลิ๊กที่ Selective startup

    f. Click to clear the Load Startup Items check box

    g.คลิ๊กที่แถบ Services

    h.ติ๊กถูกที่ช่อง Hide All Microsoft Services

    i.คลิ๊ก Disable all

    j.เลือกกด Apply ต่อด้วยกด OK

    k.Restart เครื่องคอมพิวเตอร์

    l.เเล้วลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือก apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้งหรือ ลองเรียกเปิดใช้งานแอพที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ว่า จะสามารถใช้งานได้ไหม นะครับ

    (ภาษาไทย)

    (เมื่อคุณได้ทำตามขั้นตอน clean boot อย่างที่ได้แนะนำไป จะส่งผลให้โปรแกรมจากเทิดปาร์ตี้ต่างๆ จะหยุดการทำงานชั่วคราว เพื่อกลับไปสู่สถานะเดิมให้ คลิ๊กปุ่ม Start->msconfig->Normal Startup->Apply->Ok->Restart)

    (ภาษาอังกฤษ)

    (* The step above will temporarily disable the third party services, to revert the action, clickStart > msconfig > Normal Startup > Apply > OK > Restart )

    (ข้อควรระวังในการทำ Clean boot)

    ไม่ควรทำการ Clean boot หากคุณใช้วิธีการ Log in เข้าวินโดวส์ด้วยกับโปรแกรมใดๆ เช่น การตรวจสอบลายนิ้วมือ จากรูปถ่ายหรือวิธีอื่นที่ไม่ใช่การ Log in โดยการพิมพ์รหัสที่เป็นมาตรฐานของวินโดวส์ เนื่องจากการทำ Clean boot จะปิดการทำงานดังกล่าว และท่านจะไม่สามารถเข้าสู่วินโดวส์ได้

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 3 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 3

    1. เคลื่อนเมาส์ไปด้านขวามือสุดที่หน้าจอช้าๆ จากด้านล่างไปด้านบน เมื่อแท็บ Search จะแสดงขึ้นมา
    2. ที่กล่อง Search ให้พิมพ์ศัพท์ว่า region
    3. ไปที่หัวขอ Settings เมื่อ region ได้แสดงขึ้นมา ให้กดที่ region
    4. เลือกกดที่แท็บ Location
    5. หากเลือก Thailand แล้วคลิ๊ก ปุ่ม Apply ต่อด้วยกด OK

    6.เเล้วลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือกดาวน์โหลด apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้งหรือ ลองเรียกเปิดใช้งานแอพที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ว่า จะสามารถใช้งานได้ไหม นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 4 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 4

    1. กดที่ Startscreen แล้วพิมพ์ Windows Update
    2. คลิ๊กที่ Settings
    3. คลิ๊กที่ Install optional updates
    4. คลิ๊กที่ลิงค์ที่มีข้อความว่า important update is available หากคุณต้องการที่จะติดตั้ง optional updates ที่ได้แสดงอยู่ คุณสามารถคลิ๊กลิงค์ที่มีข้อความแจ้งว่า optional updates are available ได้เช่นกันครับ

    5.Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ เเล้วลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือกดาวน์โหลด apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้งหรือ ลองเรียกเปิดใช้งานแอพที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ว่า จะสามารถใช้งานได้ไหม นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 5 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 5

    หากมีโปรแกรมแอนตี้ไวรัสจากเทิดปาร์ตี้ อย่างเช่น Kaspersky, ESET, Avast, Avira, Baidu, McAFee, Bit Defender, AVG, Norton ฯลฯ ก็ให้ลอง disable/uninstall พร้อมกับโปรแกรมที่มาโปรแกรม(ที่เกี่ยวข้อง)แอนตี้ไวรัส ดังกล่าว...(หากสะดวก)ก่อน นะครับ หลังจากนั้น ให้ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือกดาวน์โหลด apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้ง นะครับ หรือ ลองเรียกเปิดใช้งานแอพที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ว่า จะสามารถใช้งานได้ไหม นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 6 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 6

    หากคุณยังไม่มี Microsoft Account/ Local account คุณสามารถสร้าง บัญชี Microsoft ตามขั้นตอนข้างล่างนี้ นะครับ หลังจากนั้นให้สลับไปมา แล้ว ลองเข้าสู่ Apps(ที่ Store)ดังกล่าวดู นะครับว่า สามารถเข้าได้ หรือ ไม่ได้;

    1. ชี้เมาส์ไปยังด้านล่างมุมขวามือ แล้วค่อยๆ เคลื่อนเมาส์ขึ้นมา แล้ว กดที่ Settings
    2. กด ที่ Change PC Settings
    3. กด ที่หัวข้อเรื่อง Users
    4. กด ที่ Add a user (อยู่ด้านขวามือ ภายใต้ (Other users)เพื่อสร้าง บัญชี Microsoft ใหม่(เเบบมีสิทธิ์ Administrator)
    5. กด ที่ Sign up for a new email address แล้วดำเนินขั้นตอนที่ได้แสดงขึ้นที่หน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณจนจบ
    6. Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

    7.หลังจากนั้น ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือกดาวน์โหลด apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้งหรือ ลองเรียกเปิดใช้งานแอพที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ว่า จะสามารถใช้งานได้ไหม นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 7 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 7 อีกวิธีหนึ่ง ที่คุณ อาจลองทำดู

    1.เปิดใช้งาน IE

    2.ไปที่ Tools

    1. Internet options

    4.ไปที่เเถบ Connection เเล้วกดที่ LAN settings

    5.ที่หัวข้อเรื่อง Proxy server เเล้วยกเลิกติ๊กถูกที่กล่อง Use a proxy server for you LAN ดู ครับ

    6.กดปุ่ม OK

    7.หลังจากนั้น ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือกดาวน์โหลด apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้งหรือ ลองเรียกเปิดใช้งานแอพที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ว่า จะสามารถใช้งานได้ไหม นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 8 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 8

    1.กดปุ่ม Windows(logo)+X

    2.แล้งเลือก กดที่ Command Prompt(Admin)

    3.หากหน้าจอไดแสดง Do you want to allow the following program to make changes to this computer? ให้กดYes

    4.เมื่อเข้าสู่หน้าจอ Administrator:Command Prompt แล้ว ให้พิมพ์ sfc /scannow

    5.รอสักพักหนึ่งจนกว่าการทำงานของ sfc /scannow จนจบ และให้ลองสังเกตว่ามี มีปัญหาหรือไม่มี

    6.หลังจากนั้น ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือก apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้งหรือ ลองเรียกเปิดใช้งานแอพที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ว่า จะสามารถใช้งานได้ไหม นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 9 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 9(i)

    1. ชี้เมาส์ไปที่มุ่มล่างสุดด้านช้ายมือ เมื่อเจอแล้วกดที่Start Screen หรือ กดปุ่ม Windows (logo) เพื่อเข้าสู่หน้าต่าง Windows 8.1 UI
    2. กดปุ่ม Windows+F
    3. แล้วพิมพ์ศัพท์ว่า network troubleshooter
    4. คลิ๊กที่ settings
    5. มองมาด้านช้ายมือ แล้วกด Identify and repair network problems
    6. แล้วทำตามคำแนะนำที่ได้แสดงขึ้นมาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณ
    7. หลังจากนั้น กลับมาที่ Start Screen อีกครั้ง แล้ว กด Windows+F
    8. พิมพ์ศัพท์ว่า troubleshooting ที่กล่องค้นหา
    9. กดที่ settings
    10. คลิ๊กที่ Troubleshooting
    11. เลือกกดที่หัวข้อ Network and internet
    12. คลิ๊กที่ Network Adapter
    13. ทำตามคำแนะนำที่ได้แสดงขึ้นที่หน้าจอเครื่อคอมพิวเตอร์ของคุณ

    14.หลังจากนั้น ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือกดาวน์โหลด apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้งหรือ ลองเรียกเปิดใช้งานแอพที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ว่า จะสามารถใช้งานได้ไหม นะครับ

    หรือ

    ขั้นตอนที่ 9(ii) รีเซตค่า IP Streak ให้เป็นค่าเริ่มต้น

    1.กดปุ่ม Windows + X

    2.เลือกกด Command Prompt(Admin)

    3.พิมพ์ (หรือทำการ Copy และ Paste คำสั่ง นี้ลงในCommand prompt) netsh winsock reset catalog

    กด Enter

    4.พิมพ์ netsh int ip reset reset.logกด Enter

    5.Restart เครื่องคอมพิวเตอร์

    6.หลังจากนั้น ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือกดาวน์โหลด apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้งหรือ ลองเรียกเปิดใช้งานแอพที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ว่า จะสามารถใช้งานได้ไหม นะครับ

    หรือ

    ขั้นตอนที่ 9(iii)

    1.กดปุ่ม Windows Logo + X

    2.เลือกกดหัวข้อ Command Prompt(Admin)

    3.ก๊อปปี้ศัพท์ดังต่อไปนี้ netsh int ip reset c:\resetlog.txt

    4.กดปุ่ม Enter

    5.Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

    (เเหล่งข้อมูล http://support.microsoft.com/kb/299357/en )

    หรือ ลองเปลี่ยนการเชื่อมต่อของระเน็ตเวิร์คหรือการเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตจากเเหล่งใดเเหล่งหนึ่งสู่อีกการเชื่อมต่อเเหล่งอื่นๆ ดู นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 10 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 10

    1.กดปุ่ม Windows + X

    2.กดที่ Command Prompt(Admin)

    3.พิมพ์ศัพท์ว่า chkdsk /r

    4.กดปุ่ม Enter

    (บางที อาจเกิดมาจากตัว hard disk ที่เสื่อมคุณภาพเเล้วก็เป็นได้ นะครับ หาก hard disk ได้เกิดความเสีย ลองเปลี่ยนเป็น hard disk ลูกใหม่ดู นะครับ )

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 11 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 11

    Internet Explorer 11 เป็น default โดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ นะครับ;

    1.เปิดหน้าต่าง Windows 8.1 Modern UI (User Interface)

    2.ชี้เมาส์ไปที่ด้านขวามือจนเเสดง Search ขึ้นมา

    3.เเล้วพิมพ์ศัพท์ว่า default programs กดที่ Settings

    4.เมื่อ default programs ได้เเสดงขึ้นมา ที่ด้านซ้ายมือ ให้กด default programs

    5.เมื่อเข้าสู่หน้าต่าง Choose the programs that Windows uses by default ให้เลือกกด Set your default programs

    6.หลังจากนั้น เลือกกด หัวข้อ Internet Explorer

    7.ต่อด้วยกด Set this program as default ที่อยู่ด้านขวามือ

    8.กดปุ่ม OK

    9.หลังจากนั้น ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือกดาวน์โหลด apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้ง หลังจากนั้น ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือกดาวน์โหลด apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้งหรือ ลองเรียกเปิดใช้งานแอพที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ว่า จะสามารถใช้งานได้ไหม นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 12 นะครับ

    ขัี้นตอนที่ 12

    1.กดปุ่ม Windows Logo + R

    2.เเล้วพิมพ์ศัพท์ว่า services.msc

    3.กดปุ่ม Enter

    4.เมื่อเข้าใสู่หน้าต่าง Services ให้ค้าหาหัวข้อเรื่อง Windows Update

    5.ให้สังเกตว่าสถานะที่ช่อง Startup Type เป็นสถานะ Manual(Triggerf Start), Automatic(Trigger Start) หรือ อยู่ในสถานะ disable

    6.หากอยู่ในสถานะ disable ให้ดับเบิลคลิ๊กที่หัวข้อเรื่อง Windows Update ดังกล่าว

    7.เมื่อเข้าสู่หน้าต่าง Windows Update Properties(Local Computer) เเล้ว

    8.ให้เปลี่ยนสถานะที่ช่อง Startup type จาก disable เป็น Manual หรือ Automatic เเทน

    9.กดปุ่ม Apply ต่อด้วย กดปุ่ม Ok

    10.หลังจากนั้น ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือกดาวน์โหลด apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้ง หลังจากนั้น ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือกดาวน์โหลด apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้งหรือ ลองเรียกเปิดใช้งานแอพที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ว่า จะสามารถใช้งานได้ไหม นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 13 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 13

    1.กดปุ่ม Windows key + X

    2.เลือกกด Command Prompt(Admin)

    3.พิมพ์ศัพท์ว่า

    powershell -ExecutionPolicy Unrestricted Add-AppxPackage -DisableDevelopmentMode -Register $Env:SystemRoot\WinStore\AppxManifest.xml

    4.กดปุ่ม Enter

    5.ออกจากหน้าต่าง command prompt

    6.เเล้วลองดาวน์โหลดแอพ ที่คุณต้องการ ดังกล่าว อีกครั้งหลังจากนั้น ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือกดาวน์โหลด apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้งหรือ ลองเรียกเปิดใช้งานแอพที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ว่า จะสามารถใช้งานได้ไหม นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 14 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 14

    นอกจากนั้น คุณสามารถอ่านเเละศึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนการเเก้ไขปัญหาดังกล่าว ตามลิงค์ข้างล่าง เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง นะครับ;

    http://windows.microsoft.com/en-gb/windows-8/what-troubleshoot-problems-app

    เสร็จการรัน Apps troubleshoot เเล้ว ให้ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือกดาวน์โหลดไฟล์ของ Windows 8.1 หรือ apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้ง นะครับ

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 15 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 15 เรียกใช้งาน System Restore เพื่อย้อนกลับไปช่วงเวลาที่ปัญหายังไม่เกิด***

    1.กดปุ่ม Shift ค้างไว้ เเล้วกดปุ่ม Restart

    2.มีเข้าหน้า Advanced Options เเล้ว

    3.เลือกกด System Restore

    4.เสร็จเรียบร้อยเเล้วก็ให้ลองเข้าไปสู่ Windows Store เเล้วลองดาวน์โหลดแอพที่คุณต้องการอีกครั้ง หลังจากนั้น ลองเข้าสู่ Store เพื่อเลือกดาวน์โหลด apps ที่คุณต้องการดาวน์โหลดอีกครั้งหรือ ลองเรียกเปิดใช้งานแอพที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ว่า จะสามารถใช้งานได้ไหม นะครับ

    ***หมายเหตุ*** กรุณาอ่านข้อมูลเกี่ยวกับผลหลังจากที่คุณเลือกดำเนินการ System Restore ก่อนที่จะตัดสินใจ เลือกทำขั้นตอนนี้ ตามลิงค์ข้างนี้ นะครับ;

    http://windows.microsoft.com/th-th/windows-8/restore-refresh-reset-pc (ภาษาไทย)

    http://windows.microsoft.com/en-us/windows-8/restore-refresh-reset-pc (ภาษาอังกฤษ)

    ถ้าหากปัญหาดังกล่าวไม่สามารถเเก้ไขได้ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 16 นะครับ

    ขั้นตอนที่ 16 เข้า Safe Mode เเล้วค่อยดำเนินการ Refresh ทางทีมงานของเราต้องขอขอบพระคุณสมาชิกของ Microsoft Community เวอร์ชั่นภาษาไทย (ท่านดังกล่าวได้ใช้นามว่า คุณpunpinuidundที่มีนํ้าใจนำเคล็ดลับนี้มาเเชร์เเละเเบ่งปันเคล็ดลับ เพื่อประโยชน์ส่วรวมมายังฟอรั่มนี้ นะครับ)

    ขั้นตอนที่ 1(ในกรณีหากเปิดเครื่อง PC/NB อยู่)

    1. กดที่ปุ่ม Ctrl+Alt+Delete  เเล้วกดปุ่ม Shift ไว้(hold it) หลังจากนั้น กดปุ่ม ไอคอนของปุ่ม Power เเล้วเลือกกด Restartจะนำไปสู่หน้าต่าง Choose an option
    2. เลือกกดที่ Troubleshoot
    3. กดที่ Advanced options
    4. กดที่ Startup Settings
    5. กด Restart
    6. กดปุ่ม F5
    7. เลือกกดหมาย 5 (Enable safe mode with networking )
    8. หน้าต่าง Administrator จะแสดงขึ้นมา ก่อนที่จะเข้า Safe mode

    หลังจากนั้น จึงดำเนินการขั้นตอน Refresh ดังต่อไปนี้

    ขั้นตอนที่ 2 Refresh

    1.เคลื่อนเมาส์ไปที่ด้านขวามือมุมสุด เคลื่อนขึ้น เคลื่อนลง

    2.กด เเถบ Change Pc settings ที่ได้เเสดงขึ้นมา

    3.กดที่หัวข้อ Update and Recovery เเล้วคลิ๊กที่หัวข้อ Recovery

    4.ให้สังเกตที่ภายใต้หัวข้อ Refresh your PC without affecting your files

    5.คลิ๊กที่ Get Started

    6.ทำตามขั้นตอนที่ได้โชว์ขึ้นมาที่หน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณจนจบ

    7.เสร็จเรียบร้อยเเล้ว ให้ลอง Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ เเล้วลองเข้าสู่ Windows Store ดูว่า สามารถใช้งานได้ไหม นะครับ

    ***หมายเหตุ*** กรุณาอ่านข้อมูลเกี่ยวกับผลหลังจากที่คุณเลือกดำเนินการ System Restore ก่อนที่จะตัดสินใจ เลือกทำขั้นตอนนี้ ตามลิงค์ข้างนี้ นะครับ;

    http://windows.microsoft.com/th-th/windows-8/restore-refresh-reset-pc (ภาษาไทย)

    http://windows.microsoft.com/en-us/windows-8/restore-refresh-reset-pc (ภาษาอังกฤษ)

    ได้ไม่ได้ผลอย่างไร กรุณาให้ฟีดเเบ็คกลับมายังทางทีมงานของ ฟอรั่ม Microsoft Community เวอร์ชั่นภาษาไทย ด้วยนะครับ ทางทีมงานของเราจะรอฟีดเเบ็คจากทางคุณ อีกครั้ง นะครับ

    ขอบคุณครับ

    จากทีมงานไมโครซอฟท์

    1 คนพบว่าคำตอบนี้มีประโยชน์
    0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น