สวัสดีค่ะ คุณ Atsawawisuit
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมและสอบถามปัญหาใน Microsoft Community เวอร์ชั่นภาษาไทยนะคะ เราเข้าใจว่าคุณกังวลกับปัญหาดังกล่าว เรายินดีช่วยเหลือคุณค่ะ
ไม่ทราบว่าปัญหายังเป็นแบบเดิมหรือเปล่าคะ
คุณได้อัพเดท Windows 10 เวอร์ชั่นใดคะ
เบื้องต้น เราเเนะนำให้เเก้ปัญหาข้อความข้อผิดพลาด "Windows could not automatically detect this network's proxy settings" โดยทำตามขัั้นตอนในลิงค์นี้ค่ะ เมื่อเปิดลิงค์ดังกล่าวให้ดูคำตอบของคุณMarkBranaman โพสต์เมื่อวันที่ 21 เดือนกันยายน 2015
หมายเหตุ: ลิงค์ดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษ หากมีคำถามสอบถามเราได้เสมอนะคะ
สำหรับสาเหตุของข้อความข้อผิดพลาด "Potential Windows Database error detected" เกิดจากมีบางไฟล์ของระบบเสียหาย ซึ่งคุณสามารถเเก้ปัญหาดังกล่าวโดยทำตามขั้นตอนดังนี้ค่ะ
วิธีที่ 1 การรัน SFC Scan
ทางเราเเนะนำให้คุณรัน SFC scan ค่ะ การรัน SFC scan จะสามารถซ่อมเเซมเเฟ้มระบบ Windows ที่สูญหายหรือเสียหาย ซึ่งคุณสามารถทำขั้นตอนในลิงค์นี้ค่ะ
วิธีที่ 2 การรัน DISM Tool ให้ทำตามดังนี้
- พิมพ์ Command Prompt
- คลิกขวาที่ Command Prompt เเล้วเลือก Run as administrator
- พิมพ์ DISM.exe /Online /Cleanup-image /scanhealth กด Enter
- พิมพ์ DISM.exe /Online /Cleanup-image /Restorehealth กด Enter
วิธีที่ 3การรีเซ็ต Windowsupdate component
หากปัญหายังคงมีอยู่ เราเเนะนำให้ทำการเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ของ Windows ที่เกี่ยวข้องกับ Windows Update ซึ่งการเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ของ Windows ที่เกี่ยวข้องกับ Windows Update จะสามารถล้างข้อมูลการอัพเดทก่อนหน้านี้ค่ะ ซึ่งคุณสามารถทำตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: หยุดเซอร์วิสของ Windows Update ให้ตามข้ั้นตอนดังนี้
- กดปุ่ม Windows เเละปุ่ม X พร้อมกัน
- จากนั้นคลิก Command Prompt (Admin)
- คลิก Yes จากนั้นคลิก Continue เเล้วลงรหัสผ่านหากมีการถาม หากเสร็จสิ้นจะมีคำว่า Administrator: Command Prompt แสดงขึ้นมา
- พิมพ์ net stop wuauserv เเล้วกด Enter
- พิมพ์ net stop cryptsvc เเล้วกด Enter
- พิมพ์ net stop bits เเล้วกด Enter
- พิมพ์ net stop msiserver เเล้วกด Enter
- โปรดอย่าปิดหน้าต่าง Command Prompt
ขั้นตอนที่ 2: เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ของ Windows ที่เกี่ยวข้องกับ Windows Update
- พิมพ์ ren %systemroot%\SoftwareDistribution SoftwareDistribution.old เเล้วกด Enter
- พิมพ์ ren %systemroot%\System32\Catroot2 Catroot2.old เเล้วกด Enter
ขั้นตอนที่ 3: Restart เซอร์วิสของ Windows Update
- พิมพ์ net start wuauserv เเล้วกด Enter
- พิมพ์ net start cryptsvc เเล้วกด Enter
- พิมพ์ net start bits เเล้วกด Enter
- พิมพ์ net start msiserver เเล้วกด Enter
- ให้ปิดหน้าต่าง Command Prompt
จากนั้น Restart คอมพิวเตอร์ เเล้วลองทำการอัพเดทอีกครั้งนะคะ
หากติดขัดหรือสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ แจ้งทางเราอีกครั้งนะคะ
ขอบคุณค่ะ
**********
หมายเหตุ : เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับคนอื่น ๆ ที่ประสบปัญหาเดียวกันกับคุณ หากวิธีการแก้ไขปัญหาที่ให้ไปข้างต้นสามารถแก้ไขปัญหาของคุณได้ รบกวนช่วยกดเป็นคำตอบให้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ