แชร์ผ่าน

ปัญหา Blue Screen

ไม่ระบุชื่อ
2020-11-07T13:17:34+00:00
Windows สำหรับการใช้งานที่บ้าน | Windows 10 | ประสิทธิภาพและความล้มเหลวของระบ

คำถามที่ถูกล็อก คำถามนี้ถูกโยกย้ายจากชุมชนฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft คุณสามารถลงคะแนนว่ามีประโยชน์หรือไม่ แต่ไม่สามารถเพิ่มความคิดเห็นหรือตอบกลับหรือติดตามคำถามได้

0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น
{count} โหวต

3 คําตอบ

เรียงลำดับตาม: มีประโยชน์มากที่สุด
  1. ไม่ระบุชื่อ
    2020-11-09T09:24:50+00:00

    สวัสดีครับ คุณ CpKDR

    ยินดีต้อนรับเข้าสู่ฝ่ายสนับสนุน Microsoft Community ครับ

    สำหรับปัญหาที่คุณแจ้งว่าไม่สามารถเข้าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาดดังกล่าวนั้นทางทีมงานขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการวิเคราะห์ปัญหาดังนี้ครับ ก่อนเกิดปัญหาดังกล่าวคุณได้ทำการเปลี่ยนแปลงเช่น Windows update/upgrade หรือติดตั้ง programs ใดๆบนเครื่องคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรแกรมสแกนไวรัสอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของ Microsoft (Third-party Antivirus) หรือไม่ครับ

    *(กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบเพิ่มเติม เพื่อการดำการแก้ไขปัญหาต่อไป)

    สาเหตุของข้อความข้อผิดพลาด DRIVER_POWER_STATE_FAILURE เกิดจาก NDIS Driver ไม่จัดการการร้องขอการเปลี่ยนสถานะใช้พลังงานได้อย่างถูกต้องครับ ซึ่งปัญหาดังกล่าวสามารถเเก้ได้โดยการอัพเดท Windows เเละ การอัพเดท Driver ครับ เนื่องจากไมโครซอฟต์มีการพัฒนาซอฟต์แวร์และทุกโปรแกรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อความทันสมัยและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้งานจึงควรอัพเดทเวอร์ชั่นล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ หากคุณไม่ได้อัพเดทจะส่งผลต่อการใช้งานได้ครับ

    นอนจากนั้น ทางเราเเนะนำให้ปิดการใช้งานหรือถอนการติดตั้งโปรแกรมสแกนไวรัสอื่นที่ไม่ใช่ของไมโครซอฟต์ เนื่องจากคอมพิวเตอร์ของคุณมี Windows Defender เป็นโปรแกรมสแกนไวรัสอยู่แล้วการติดตั้งโปรแกรมสแกนไวรัสอื่นอาจส่งผลต่อการทำงานของ Windows Defender ได้ ดังนั้นหากท่านมีการติดตั้งโปรแกรมสแกนไวรัสอื่น เราแนะนำให้ถอนการติดตั้งครับ 

    เบื้องต้นทางเราเเนะนำให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ

    วิธีที่ 1 การ Update Windows 10 (หากยังไม่ได้มีการ update Windows ครับ)

    เนื่องจาก Microsoft ได้มีการพัฒนา Software และทุก Programs อย่างต่อเนื่องเพื่อความทันสมัยและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้งานจึงควร Update Windows version ล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ หากคุณไม่ได้ Update จะส่งผลต่อการใช้งานได้ ดังนั้นทางเราแนะนำให้ตรวจสอบการ Update Windows อีกครั้งโดย

    > คลิก Setting > คลิก Update & Security > คลิก Check for Update ครับ

    หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางทีมงานเราขอแนะนำให้ทำตามวิธีที่ 2 ครับ

    วิธีที่ 2 การอัพเดท Driver

    เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ คุณสามารถตรวจสอบว่าสาเหตุเกิดจาก Driver หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อหรือไม่โดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ

    > พิมพ์ Device Manager ที่ช่องการค้นหา

    > คลิกขวาที่ Driver ที่ต้องการอัปเดต

    > เลือก Update Driver หรือเลือก Search automatically for update drivers software

    > เมื่อการอัพเดทเสร็จสิ้นให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ และตรวจสอบว่าปัญหายังเป็นแบบเดิมหรือไม่

    หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางทีมงานเราขอแนะนำให้ทำตามวิธีที่ 3 ครับ

    วิธีที่ 3 Running System file checker (SFC Checker)

    เพื่อที่จะตรวจสอบและแก้ไขส่วนเสียหายของ Windows System Files

    > กดปุ่ม Windows + X

    > แล้วเลือกกดที่ Command Prompt (Admin)

    > หากหน้าจอไดแสดง Do you want to allow the following program to make changes to this computer? ให้กด Yes

    > เมื่อเข้าสู่หน้าจอ Administrator:Command Prompt แล้ว

    > ให้พิมพ์ sfc /scannow  (โปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรคครับ)  

    > รอสักพักหนึ่งจนกว่าการทำงานของ sfc /scannow จนจบ และให้ลองสังเกตว่ามี มีปัญหาหรือไม่ครับ

    หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางทีมงานเราขอแนะนำให้ทำตามวิธีที่ 4 ครับ

    วิธีที่ 4 การเเก้ไขความเสียหายไฟล์ของ Windows  

    ทางเราเเนะนำให้คุณรัน DISM tool เเละ SFC scan ครับ ซึ่งวิธีนี้จะสามารถซ่อมเเซมเเฟ้มระบบ Windows ที่สูญหายหรือเสียหาย ซึ่งคุณสามารถทำขั้นตอนดังนี้  

    > กดปุ่ม Windows จากนั้นให้พิมพ์ Command Prompt

    > คลิกขวาที่ Command Prompt เเล้วเลือก Run as administrator

    > คัดลอก (Copy) คำสั่งต่อไปนี้

        DISM.exe /Online /Cleanup-image /Restorehealth   กด Enter

    > คัดลอก (Copy) คำสั่งต่อไปนี้ 

    sfc /scannow  เเล้วกด Enter    

    หมายเหตุ: (โปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรคก่อนเครื่องหมาย / ครับ)    

    > เมื่อ Run Command ดังกล่าวเสร็จสิ้น ให้ลองตัวสอบดูว่าพบปัญหาหรือไม่ครับ

    หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางทีมงานเราขอแนะนำให้ทำตามวิธีที่ 5 ครับ

    วิธีที่ 5 Running DISM Commands

    > กดปุ่ม Windows + X

    > คลิก Command Prompt (Admin)

    > คัดลอง หรือพิมพ์คําสั่งต่อไปนี้ใน Command Prompt ทีละรายการที่ระบรรดทัด (โดยกด Enter เพื่อขึ้นบรรทัดใหม่) และโปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรค/ตัวพิมพ์ใหญ่/พิมพ์เล็ก

    Dism /Online/Cleanup-Image/ScanHealth เเล้วกด Enter****

    Dism /Online /Cleanup-Image /CheckHealthเเล้วกด Enter****

    Dism /Online/Cleanup-Image/RestoreHealthเเล้วกด Enter****

    > ปิดหน้าต่าง Administrator: Command Prompt ให้พิมพ์ Exitเเล้วกด Enter 

    เมื่อ Run Command ดังกล่าวเสร็จสิ้น ให้ลองตรวจสอบดูว่าปัญหาได้รับการแก้ไขหรือไม่

    หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางทีมงานเราขอแนะนำให้ทำตามวิธีที่ 6 ครับ

    วิธีที่ 6 การปิดใช้งานหรือถอนการติดตั้งโปรแกรมสแกนไวรัสอื่นๆ – Third party Antivirus

    เนื่องจาก Windows 10 มี Windows Defender เป็นโปรแกรมสแกนไวรัสอยู่แล้ว การใช้งานโปรแกรมสแกนไวรัสอื่นๆที่ไม่ใช่ของ Microsof(Third-party Antivirus) จะทำให้ขัดแย้งหรือรบกวนการทำงานของโปรแกรม Windows Defender ได้ครับ ดังนั้น หากคุณมีการติดตั้งโปรแกรมสแกนไวรัสอื่น ๆ ที่นอกเหนือจาก Windows Defender เราแนะนำให้คุณปิดการใช้งานชั่วคราวหรือถอนการติดตั้งครับ จากนั้นให้ตรวจสอบว่าปัญหายังเป็นแบบเดิมหรือไม่ครับ

    วิธีที่ 7 Uninstall Corrupted Programs / Applications

    ลองทำการถอนการติดตั้งทุกแอพพลิเคชั่นที่เพิ่งทำการติดตั้งเข้ามาในเครื่องก่อนที่เครื่องจะเกิดปัญหา เนื่องจากแอพพลิเคชั่นหรือซอฟแวร์บางตัวอาจจะไม่สามารถใช้งานกับเวอร์ชั่นของ Windows 10 ที่คุณใช้งานอยู่ได้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โปรแกรมสแกนไวรัสอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของ Microsoft (Third-party Antivirus)

    กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบเพิ่มดำการแก้ไขปัญหาต่อไป ทางทีมงานต้องขออภัยอีกครั้งในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

    ขอบคุณครับ

    ทีมงาน Microsoft

    0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น
  2. ไม่ระบุชื่อ
    2020-11-14T11:14:54+00:00

    ยังคงขึ้นบลูสกรีนอยู่เรื่อยๆ ครับโดย Stop code เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เลยไม่ทราบว่าต้องอัพเดทไดร์เวอร์ตัวไหนหรือใช้วิธีการไหนครับ

    0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น
  3. ไม่ระบุชื่อ
    2020-11-16T08:00:23+00:00

    สวัสดีครับ คุณ CpKDR

    ขอขอบคุณสำหรับการตอบกลับฝ่ายสนับสนุน Microsoft Community ครับ

    ทางทีมงานเราต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับที่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข หากได้ทำการแก้ไขปัญหาโดยขั้นตอนที่ได้กล่าวไปเบื้องต้นแล้ว ยังคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ทางทีมงานขอแนะนำให้คุณดำเนินการโดยใช้วิธีแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้ครับ

    ทางเราเเนะนำให้เริ่มคอมพิวเตอร์ใน Safe mode โดยเรียกใช้วิธี Crash Boot ซึ่งคุณทำตามดังนี้

    > กดปุ่ม Power (ฮาร์ดเเวร์) 3-4 ครั้ง โดยกด Power Button เพื่อบูท เข้าสู่ Windows พอเห็น Windows ก็ รีบูทอีก ทำขั้นตอนดังกล่าวอยู่ประมาณ 3-4 ครั้ง จนกว่า หน้าต่าง Choose an option จะเเสดงขึ้นมา หลังจากนั้นให้ดำเนินตามขั้นดังต่อไปนี้

    > เลือกกดที่ Troubleshoot

    > กดที่ Advanced options

    > กดที่ Startup Settings

    > กด Restart

    > กดปุ่ม F5

    > เลือกกดหมาย 5 (Enable safe mode with networking)

    > หน้าต่าง Administrator จะแสดงขึ้นมา ก่อนที่จะเข้า Safe mode

    เมื่ออยู่ใน Safe mode เเล้วทางเราเเนะนำให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ

    วิธีที่ 1 Windows 10 In-Place Upgrade (การดำเนินการอัพเกรดในตัว)

    ทางเราเเนะนำให้ดาวน์โหลด คลิกที่นี่ และใช้วิธีการ “In-Place Upgrade” ของ Windows 10 ครับ ซึ่งคุณสามารถศึกษาขั้นตอนการดำเนินการอัพเกรดในตัวจากวีดีโอในลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่

    (บทความในลิงค์ดังกล่าวนั้นจะเป็นบทความภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ ดังนั้นให้คุณดำเนินตามภาพประกอบเป็นหลักครับ แต่หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบครับ)

    วิธีที่ 2 Perform Automatic Repair

    > ดาวน์โหลดไฟล์ ISO ของ Windows 10 จากลิงค์ดังต่อไปนี้ เเล้ว Save ไว้ที่อุปกรณ์ USB Thumb Drive/เเผ่น DVD/CD เเล้วทำการ Repair ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ดังกล่าวครับ คลิกที่นี่

    หมายเหตุ: แนะนำให้ใช้ USB ใหม่ครับ เนื่องจากการดาวน์โหลด Windows ISO file นั้น จำเป็นจะต้องใช้ USB ที่ว่างอยู่ และควรมีพื้นที่อย่างน้อย 8GB เนื่องจากเนื้อหาใดๆในนั้นจะถูกลบครับ

    > เสียบอุปกรณ์ USB Thum Drive หรือใส่เเผ่น CD/DVD ของ Windows 10

    > เมื่อเข้าสู่หน้าต่าง Install Now

    > คลิกที่ Repair your computer

    > คลิกที่ Advanced Options

    > เลือกคลิกที่ Troubleshoot

    > เลือกคลิกที่ Startup repair

    > ทำตามขั้นตอนคำสั่งที่ได้โชว์ขึ้นมาที่หน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ จนจบครับ

    หากคุณได้ทำขั้นตอนข้างต้นเเล้วและปัญหายังเป็นเหมือนเดิม  ทางเราเเนะนำให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยการทำ Clean Install ครับ

    สำหรับขั้นตอนการติดตั้ง Windows 10 เเบบ Clean Install คุณสามารถทำตามขั้นตอนในลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่ ลิงค์ดังกล่าวจะอธิบายขั้นตอนการติดตั้ง Windows 10 ได้อย่างละเอียดเเละมีภาพประกอบด้วย ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจง่ายขึ้นครับ (บทความในลิงค์ดังกล่าวนั้นจะเป็นบทความภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ ดังนั้นให้คุณดำเนินตามภาพประกอบการ Clean Install เป็นหลักครับ แต่หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบครับ)

    สำหรับสื่อการติดตั้งของ Windows 10 คุณสามารถดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของ Microsoft โดยตรงจากลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่ (เมื่อเปิดลิงค์ดังกล่าวให้คลิกที่ “ดาวน์โหลดเครื่องมือทันที” ครับ)

    หมายเหตุ 1: ทางเราเเนะนำให้สำรองข้อมูลก่อนทำการติดตั้ง Windows ใหม่โดยทำตามขั้นตอนในลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่

    หมายเหตุ 2:การปรับเปลี่ยนการตั้งค่า BIOS อย่างไม่ถูกต้อง อาจทําให้เกิดปัญหาร้ายแรงที่อาจทําให้คอมพิวเตอร์ของคุณบูตอย่างถูกต้อง Microsoft ไม่สามารถรับประกันได้ว่าปัญหาใดๆ ที่เกิดจากการกําหนดค่าการตั้งค่า BIOS สามารถแก้ไขได้ การปรับเปลี่ยนการตั้งค่ามีความเสี่ยงของคุณเอง

    อย่างไรก็ตาม หากได้ทำการแก้ไขปัญหาโดยขั้นตอนที่ได้กล่าวไปทั้งหมดแล้ว แต่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข นั้นหมายความว่า ปัญหาอาจจะเกิดจากส่วนของ Hardware ครับ เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปเบื้องต้นว่าปัญหาดังอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวของ Windows 10 software ครับ เนื่องด้วยจากวิธีการแก้ไข้ปัญหาด้าน Windows software ทั้งหมดที่คุณได้ทำมาแล้วในเบื้องต้นนั้น แต่ยังคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ รวมถึงได้มีการติดตั้ง Windows 10 software ใหม่ เพราะเนื่องจากการลง Windows ใหม่นั้นเปรียบเสมือนการเริ่มต้น software ใหม่อีกครั้ง (หรือการเริ่มต้นใหม่โดยการนับศูยน์) ฉนั้น หากปัญหายังคงเกิดอยู่ นั้นมีความเป็นไปได้สูงครับว่าอาจเกิดจาก Hardware ครับ

    ดังนั้นทางเราแนะให้คุณทำการติดต่อ  Computer Manufacturer (ผู้ผลิตผลิตคอมพิวเตอร์ หรือ โน้ตบุ๊ค) ดังกล่าวโดยตรง เพื่อขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวน่ะครับ

    ทางทีมงานต้องขออภัยอีกครั้งในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

    ขอบคุณครับ

    ทีมงาน Microsoft

    0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น