สวัสดีครับ คุณปนัสยาสายเชื้อ
ก่อนอื่น ทางทีมงานต้องขอขอบคุณสำหรับการเข้ามาเยี่ยมชมและสอบถามปัญหามายังทีมงานของ ฟอรั่ม Microsoft Community เวอร์ชั่นภาษาไทย นะครับ
กลับมายังคำถามของคุณที่ได้เเจ้งมายังทีมงานของเราว่าระปฏิบัติการ Windows 7 ซึ่งคุณได้เเจ้งมาว่า; "เสียงในคอมลดลงเอง พอปรับขึ้นก็ลดลงอีก ลดเหลือ 0 เลย เพิ่มไม่ได้ ต้องรีเครื่องถึงหาย แต่สักพักก็เป็นอีกค่ะ " คุณอาจลองพิจารณา เพื่อลองเเก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยลองทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ดู นะครับ;
ขั้นตอนที่ 1 ใช้วิธี The Last Known Good good configuration to start Windows
1.กดปุ่ม Power เพื่อ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ
2.กดปุ่ม F8 ยํ้าๆ
3.มีเข้าสู่หน้าต่าง Advanced Boot Options เเล้วให้เลือก Last Known Good Configuration(Advanced)
4.กดปุ่ม Enter(Windows น่าจะ Start normally)
ถ้าหากไม่สามารถเเก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ให้ลองดำเนินตามขั้นตอนที่ 2(i) เเละ (ii) ดังข้างล่างนี้ นะครับ;
ขั้นตอนที่ 2(i) The Startup Repair feature
1.กดปุ่ม Power เพื่อ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณอีกครั้ง
2.กดปุ่ม F8 ยํ้าๆ
3.มีเข้าสู่หน้าต่าง Advanced Boot Options เเล้วให้เลือกหัวข้อ Repair your computer เเล้วกดปุ่ม Enter
4.คลิ๊ก Next
5.ที่หน้าต่าง System Recovery Options เมนู ให้คลิ๊กที่ Startup Repair เเล้วดำเนินการขั้นตอนที่ได้เเสดงขึ้นมาตามหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ จนจบ
6. คลิ๊กปุ่ม Restartเพื่อกลับไปที่ Windows 7 ล็อกอิน อีกครั้ง นะครับ
หรือ
(ในกรณี มีเเผ่น Recovery Disc/Installation Disc ของ Windows 7 ดังกล่าวอยู่กับคุณ)
ขั้นตอนที่ 2(ii) The Startup Repair feature โดยการใช้แผ่น disc(บางท่านสามารถเเก้ไขได้ โดยใช้ขั้นตอนอันนี้)
1.เทรก(insert) เเผ่น Windows 7 เเล้ว Shutdown เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องดังกล่าว
2.Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องนั้น โดยกดปุ่ม Power ที่เครื่องตัวดังกล่าว
3.หากมีหน้าได้เเสดงขึ้นมา เเละเเจ้งว่า press any key ให้ปุ่มอะไรก็ได้ อย่างเช่น Enter, shift ฯลฯ เเล้ว
ดำเนินการตามขั้นตอนที่ได้เเสดงขึ้นมาที่หน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวดังกล่าว
4.ที่หน้า Install Windows หรือ System Recovery Options ให้เลือกภาษาที่คุณต้องการ เเล้วคลิ๊ก Next
5.คลิ๊ก Repair your computer(หากใช้เเผ่น (Windows installation disc) เเล้วคลิ๊ก Next
6.ที่เมนู System Recovery Options ให้คลิ๊กที่ Startup Repair เเล้วดำเนินการขั้นตอนที่ได้เเสดงขึ้นมาตามหน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ จนจบ
7.Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณอีกครั้ง
หากไม่สามารถเเก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ให้ลองดำเนินตามขั้นตอนที่ 3 ดังข้างล่างนี้ นะครับ;
ขั้นตอนที่ 3 หากต้องการตรวจสอบสถานะของฮารด์ดิสก์
1.กดปุ่ม Start
2.พิมพ์ศัพท์ว่า cmd.exe
3.คลิ๊กขวา เเล้วเลือก Run as administrator (หากมีร้องขอรหัสผ่าน ให้กลอกรหัสผ่าน)
4.ที่หน้าต่าง Command Prompt ให้พิมพ์ศัพท์ว่า chkdsk C: /F
5.กดปุ่ม Enter
6.รอจนจบ เเล้วให้สังเกตว่ามีข้อความอะไรโชว์ขึ้นมาเเจ้งเตือนไหม
7.Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณอีกครั้ง
หากไม่สามารถเเก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ให้ลองดำเนินตามขั้นตอนที่ 4 ดังข้างล่างนี้ นะครับ;
ขั้นตอนที่ 4 run sfc /scannow(อีกครั้ง) เพื่อซ่อมเเซมไฟล์ที่อาจได้เกิดความเสียหายขึ้น โดยทำตามขั้นตอนดังข้างล่างนี้ นะครับ
1. กดปุ่ม Start
2. พิมพ์ศัพท์ว่า cmd.exe
3. คลิ๊กขวา แล้วเลือก Run as administrator
4. เมื่อเข้าสู่โหมด Command Promptแล้ว ให้พิมพ์ศัพท์ว่า sfc /scannow แล้วกดปุ่ม Enter
5. แล้ว Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ เมื่อการเเสกนได้เสร็จเรียบร้อย อย่างสมบูรณ์ เเละให้สังเกตว่า มีอะไรผิดพลาด หรือ error code/error message อะไร ได้เเสดงขึ้นมาเเจ้งบ้างไหม
6.Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ อีกครั้ง
หากไม่สามารถเเก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ให้ลองดำเนินตามขั้นตอนที่ 5 ดังข้างล่างนี้ นะครับ;
ขั้นตอนที่ 5 รัน Windows update (ลองตรวจสอบดูว่า มีการตั้งเวลา ใน Windows update ทำการอัพเดทในช่วงระยะเวลาใด นะครับ)
1.กดปุ่ม Start
2.พิมพ์ศัพท์ว่า Windows Update
3.กดที่หัวข้อ Windows update ที่ได้เเสดงขึ้นมา
4.เลือกกด Check for updates
5.เลือกอัพเดทหัวข้อ(จำนวน อาจมี 1 หรือมากกว่า)Important update is available/Important updates are available เเละ (จำนวน อาจมี 1 หรือมากกว่า)optional update is available/optional updates are available(คุณสามรถเลือกอัพเดทเลย หรืออัพเดทที่หลังก็ได้สำหรับหัวข้อ Optional update
6.เสร็จการอัพเดทเเล้วให้ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ อีกครั้ง เเล้วให้สังเกตว่าปัญหาดังกล่าว สามารถเเก้ไขได้ไหม
ถ้าหากปัญหาดังกล่าว ยังไม่ถูกแก้ไขได้อีก ให้ลองทำตามขั้นตอนที่ 6 ดังต่อไปนี้ นะครับ
ขั้นตอนที่ 6
1. กดปุ่ม Start
2. ที่ช่อง Start search พิมพ์ msconfig แล้วคลิ๊ก OK
3. หน้าต่าง System Configuration จะเปิดขึ้นมา,โดยที่แถบ General,เลือก Selective Startup
4. ติ๊กถูกที่ช่อง Load System Services เท่านั้น
5. ติ๊กถูกที่ช่อง Load startup items แล้วติ๊กออกอีกครั้งเพื่อเคลียร์
6. สังเกตที่ช่อง Use original boot configuration จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งเป็นภาวะปกติ
7. เลือกแถบ Services
8. ติ๊กถูกที่ช่อง Hide All Microsoft Services
9. คลิ๊ก Disable All แล้วคลิ๊ก OK
10. ทำการ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์
หลังจากนั้น ให้ค่อยๆ ไล่ตรวจสอลที่ละโปรแกรมจากเทิดปาร์ตี้ว่า โปรแกรมตัวไหนเป็นสาเหตุของปัญหาดังกล่าว นะครับ
(ภาษาไทย)
(เมื่อคุณได้ทำตามขั้นตอน clean boot อย่างที่ได้แนะนำไป จะส่งผลให้โปรแกรมจากเทิดปาร์ตี้ต่างๆ จะหยุดการทำงานชั่วคราว เพื่อกลับไปสู่สถานะเดิมให้ คลิ๊กปุ่ม Start->msconfig->Normal Startup->Apply->Ok->Restart)
(ภาษาอังกฤษ)
(* The step above will temporarily disable the third party services, to revert the action, click Start > msconfig> Normal Startup > Apply > OK > Restart )
(ข้อควรระวังในการทำ Clean boot)
ไม่ควรทำการ Clean boot หากคุณใช้วิธีการ Log in เข้าวินโดวส์ด้วยกับโปรแกรมใดๆ เช่น การตรวจสอบลายนิ้วมือ จากรูปถ่ายหรือวิธีอื่นที่ไม่ใช่การ Log in โดยการพิมพ์รหัสที่เป็นมาตรฐานของวินโดวส์ เนื่องจากการทำ Clean boot จะปิดการทำงานดังกล่าว และท่านจะไม่สามารถเข้าสู่วินโดวส์ได้
ถ้าหากปัญหาดังกล่าวยังไม่ถูกแก้ไขได้อีก ให้ลองทำขั้นตอน System Restore เพื่อย้อนกลับไปวันเวลาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ Windows 7 ของคุณ ยังอยู่ในถานะสามารถทำงานได้อย่างปกติ โดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ นะครับ;
ขั้นตอนที่ 7 (ให้ back up ข้อมูลที่สำคัญๆ ไว้ก่อนที่จะดำเนินตามขั้นตอนนี้ นะครับ เพื่อกันข้อมูลหาย)
1.กดปุ่ม Start เเล้วพิมพ์ศัพท์ว่า System restore ที่กล่อง Search programs and files
2.คลิ๊กขวา ที่หัวข้อ System Restore ที่ได้โชว์ขึ้นมาเเล้ว คลิ๊กขวาเเล้วเลือก Run as administrator
3.เมื่อเข้าสู่หน้าต่าง System Restore ให้กดปุ่ม Next
4.เลือกช่วงเวลา(restore point)ก่อน ที่จะเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น กดปุ่ม Next
5.ที่หน้าต่างของหัวข้อ Confirm your restore point คลิ๊ก Finish
6.เเล้วลองดำเนินการดาวน์โหลดโปรแกรมต่างๆ เหล่านั้นอีกครั้ง นะครับ
นอกจากนั้น คุณสามารถอ่านเเละศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ที่อาจเป็นประโยชน์ ที่กล่าวถึงวิธีการใช้งาน Windows 7 อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตามลิงค์ต่างๆ ดังข้างล่างนี้ นะครับ;
http://www.sevenforums.com/tutorials/11728-optimize-windows-7-a.html
นอกจากนั้น คุณอาจลองตรวจสอบว่า สถานะอุปกรณ์ฮาร์ดเเวร์ต่างของเครื่องคอมพิวเตอร์คุณ อย่างเช่น Motherboard, Memory, Hard disk, Graphic Card ฯลฯ ยังอยู่ในสถานะสมบูรณ์ 100% ที่จะสามารถใช้งานต่อไปได้อย่างปกติ ไหม นะครับ(มีความเป็นไปได้สูงที่ สาเหตุของปัญหา อาจจะเนื่องมาจาก Motherboard, Graphic Card, Memory, Hard disk ฯลฯ ว่า พร้อมใช้งานได้อีกต่อไปไหม ฯลฯ นะครับ)
ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าหากปัญหาดังกล่าวยังไม่ถูกเเก้ไขได้ทางทีมงานของเราต้องขออนุญาตเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ นะครับ;
1.เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องดังกล่าวได้ติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส รุ่นใด อยู่ ครับ
2.เป็นระบบปฏิบัติการ Windows 7 รุ่น ใด เวอร์ชั่น 32-bit/64-bit ครับ
3.เป็นเครื่อง โน๊ตบุ๊ค หรือ พีซี รุ่นใด เเบรนด์ อะไร ได้ใช้งานมานานเเค่ไหน เเล้ว ครับ
4.ได้เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายของระบบ Server/Domain/Proxy จาก องค์กร หรือ มหาวิทยาลัย ใด ไหม ครับ
5.ก่อนที่ปัญหาดังกล่าวได้เกิดขึ้นมา ไม่ทราบว่าคุณได้ทำการเปลี่ยนแปลงอะไร บนเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องดังกล่าวไหม ครับ หากมีกรุณาเเจ้งด้วย นะครับ
6.Windows 7 ที่ คุณใช้อยู่ไหน เป็น Licensing เเบบ OEM ที่ได้ถูกติดตั้งมาพร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องดังกล่าว ตั้งเเต่เเรกๆ เลย หรือ เป็น Windows 7 ที่คุณได้ซื้อเเยกมาเเบบกล่องที่จะเเผ่น Installation Media/Recovery Disc ติดมาด้วย ครับ
7.หาก เป็น Windows 7 ที่เป็น Licensing เเบบ OEM ไม่ทราบว่า คุณได้สร้าง ISO Image/Recovery Disc เก็บไว้ในกรณี ต้องทำการ Repair, Restore หรือ ลง Windows 7 ใหม่ ไหม ครับ
8.ได้ลองเข้าไปที่เว็บไซต์ของผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เครื่อง PC/Notebook ของคุณโดยตรง เเล้วเลือกอัพเดทไดร์เวอร์ล่าสุด ตาม รุ่น หรือ model เครื่อง PC/Notebook ดังกล่าวบ้างเเล้ว หรือ ยัง ครับ หากยังก็ลองพิจารณา เพื่อลองดาวนโหลดดู นะครับ
ทางทีมงานของเรา จะรอข้อมูลเพิ่มเติมเเละฟีดเเบ็คจากทางคุณ อีกครั้ง นะครับ
ขอบคุณครับ
จากทีมงานไมโครซอฟท์