สวัสดีครับ คุณ NpatsornNiyaso
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ฝ่ายสนับสนุน Microsoft Community ครับ
สำหรับปัญหาที่คุณแจ้งว่า ข้อมูลใน Drive C และ Drive D สลับกันนั้น ทางทีมงานเราสันนิฐานว่า ในส่วนนี้อาจจะเป็นไปได้ว่าตัวซอฟแวร์ของ Windows นั้น อาจเกิดการเสียหาย (Software corrupted) หลังจากการ update software บางตัวหรือเกิดจากการติดตั้งแอบพลิเคชั่นต่างๆก็เป็นไปได้ครับ ก่อนอื่นทีมงานขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการวิเคราะห์ปัญหาดังนี้ครับ
1. ก่อนเกิดปัญหาดังกล่าว คุณได้ทำการเปลี่ยนแปลง upgrade / update Windows หรือไม่ครับ
2. ก่อนเกิดปัญหาดังกล่าว คุณได้ทำการติดตั้ง Program ใดๆบน PC หรือไม่ครับ โดยเฉพาะโปรแกรมสแกนไวรัสอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของ Microsoft (Third-party Antivirus)
3. ไม่ทราบว่าคุณใช้ Windows 10 Build เวอร์ชั่นใดครับ เช่น Windows 10 Pro 1909/2004 เป็นต้น
(คุณสามารถตรวจสอบ OS Build โดยไปที่ Settings > System > About > ให้ดูที่ OS build ครับ)
4. ไม่ทราบว่าคุณล็อคอินเข้าใช้คอมพิวเตอร์โดยใช้บัญชี Administrator หรือเปล่าครับ
5. คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องที่ใช้งานในบ้านหรือในองกรค์บริษัทครับ
- ไม่ทราบว่ามีข้อความหรือรหัสข้อผิดพลาดใดๆแสดงหรือไม่ครับ หากมี ทางเราขอทราบปริ้นสกรีนหน้าที่ประสบปัญหาเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดเพิ่มเติมด้วยครับ
ไม่ทราบว่านอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว การใช้งานของ Windows และ Programs อื่นๆ สามารถใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ครับ
*(กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบเพิ่มเติม เพื่อการดำการแก้ไขปัญหาต่อไป)
และเบื้องต้นทางเราเเนะนำให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ
วิธีที่ 1 การ Update Windows 10 (หากยังไม่ได้มีการ update Windows ครับ)
เนื่องจาก Microsoft ได้มีการพัฒนา Software และทุก Programs อย่างต่อเนื่องเพื่อความทันสมัยและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้งานจึงควร Update Windows version ล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ หากคุณไม่ได้ Update จะส่งผลต่อการใช้งานได้ ดังนั้นทางเราแนะนำให้ตรวจสอบการ Update Windows อีกครั้งโดย
> คลิก Setting > คลิก Update & Security > คลิก Check for Update ครับ
วิธีที่ 2 การอัพเดท Driver
เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ คุณสามารถตรวจสอบว่าสาเหตุเกิดจาก Driver หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อหรือไม่โดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ
> พิมพ์ Device Manager ที่ช่องการค้นหา
> คลิกขวาที่ Driver ที่ต้องการอัปเดต
> เลือก Update Driver หรือเลือก Search automatically for update drivers software
> เมื่อการอัพเดทเสร็จสิ้นให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ และตรวจสอบว่าปัญหายังเป็นแบบเดิมหรือไม่
วิธีที่ 3 Running System file checker (SFC Checker)
เพื่อที่จะตรวจสอบและแก้ไขส่วนเสียหายของ Windows System Files
> กดปุ่ม Windows + X
> แล้วเลือกกดที่ Command Prompt (Admin)
> หากหน้าจอไดแสดง Do you want to allow the following program to make changes to this computer? ให้กด Yes
> เมื่อเข้าสู่หน้าจอ Administrator:Command Prompt แล้ว
> ให้พิมพ์ sfc /scannow (โปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรคครับ)
> รอสักพักหนึ่งจนกว่าการทำงานของ sfc /scannow จนจบ และให้ลองสังเกตว่ามี มีปัญหาหรือไม่ครับ
วิธีที่ 4 การเเก้ไขความเสียหายไฟล์ของ Windows
ทางเราเเนะนำให้คุณรัน DISM tool เเละ SFC scan ครับ ซึ่งวิธีนี้จะสามารถซ่อมเเซมเเฟ้มระบบ Windows ที่สูญหายหรือเสียหาย ซึ่งคุณสามารถทำขั้นตอนดังนี้
> กดปุ่ม Windows จากนั้นให้พิมพ์ Command Prompt
> คลิกขวาที่ Command Prompt เเล้วเลือก Run as administrator
> คัดลอก (Copy) คำสั่งต่อไปนี้
DISM.exe /Online /Cleanup-image /Restorehealth กด Enter
> คัดลอก (Copy) คำสั่งต่อไปนี้
sfc /scannow เเล้วกด Enter
หมายเหตุ: (โปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรคก่อนเครื่องหมาย / ครับ)
> เมื่อ Run Command ดังกล่าวเสร็จสิ้น ให้ลองตัวสอบดูว่าพบปัญหาหรือไม่ครับ
วิธีที่ 5 สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่ (Create new user account)
ในการแยกปัญหา ทางเราขอแนะนําให้คุณทำการสร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่ (Create new user account)และตรวจสอบว่ามีปัญหาเดียวกันเกิดขึ้นหรือไม่ใน User Account ใหม่ที่สร้างขึ้นครับ วิธีนี้จะสามารถชี้แจงได้ว่าปัญหาดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นจากความเสียหายของไฟล์หรือความเสียหายของโปรไฟล์ผู้ใช้ครับ สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่
หากว่าปัญหาดังกล่าวไม่เกิดขึ้นในส่วนของ User Account ใหม่ที่เพิ่งสร้าง นั้นหมายความว่าปัญหาดังกล่าวนั้น เกิดจากบัญชีผู้ใช้ที่เสียหาย (User account corrupted)
*****หากว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่คุณเพิ่งได้ทำการ Update Windows 10 นั้น ทางเราเเนะนำให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ
วิธีที่ 6 Windows 10 In-Place Upgrade (การดำเนินการอัพเกรดในตัว)
ทางเราเเนะนำให้ดาวน์โหลด Windows 10 Media Creation Tool และใช้วิธีการ “In-Place Upgrade” ของ Windows 10 ครับ ซึ่งคุณสามารถศึกษาขั้นตอนการดำเนินการอัพเกรดในตัวจากวีดีโอในลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่
(บทความในลิงค์ดังกล่าวนั้นจะเป็นบทความภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ ดังนั้นให้คุณดำเนินตามภาพประกอบเป็นหลักครับ แต่หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบครับ)
วิธีที่ 7 การย้อยกลับไปยัง Windows version ก่อนการ update Windows ครับ ซึ่งคุณสามารถศึกษาขั้นตอนการดำเนินการอัพเกรดในตัวจากวีดีโอในลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่
(บทความในลิงค์ดังกล่าวนั้นจะเป็นบทความภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ ดังนั้นให้คุณดำเนินตามภาพประกอบเป็นหลักครับ แต่หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบครับ)
หมายเหตุ: ทางเราเเนะนำให้สำรองข้อมูลก่อนการดำเนินการ โดยทำตามขั้นตอนในลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่
แต่ในกรณีที่คุณได้อัพเดทเกิน 10 วัน คุณจะไม่สามารถย้อนกลับไปใช้เวอร์ชั่นก่อนหน้าโดยทำตามวิธีทั่วไปครับ เเต่คุณสามารถย้อนกลับไปใช้เวอร์ชั่นก่อนหน้าโดยทำตามวิธีดังต่อไปนี้ครับ
วิธีที่ 8 ถอนการติดตั้ง Windows Update
> ไปที่ Settings
> ไปที่ Update & Security
> เลือก Recovery
> คลิกที่ Get started ภายใต้ Go back to an earlier build section
คุณยังสามารถตรวจทานส่วนการกลับไปยัง Windows รุ่นก่อนหน้า “Go back to your previous version of Windows” ได้ที่นี่ คลิกที่นี่
วิธีที่ 9 การคืนค่าจากจุดคืนค่าระบบ (Restore from a system restore point)
หากก่อนทำการอัพเดท Build ใหม่ คุณได้สร้างจุดคืนค่าระบบด้วยตนเอง คุณก็จะสามารถทำการย้อนกลับไปใช้ Build ก่อนหน้าโดยใช้วิธีนี้ครับ สำหรับขัั้นตอนการคืนค่าจากจุดคืนค่าระบบเเละรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้คุณสามารถศึกษาจากลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่ เมื่อเปิดลิงค์ดังกล่าวให้ดูที่หัวข้อ “คืนค่าจากจุดคืนค่าระบบ” นะครับ
หมายเหตุ: ทางเราเเนะนำให้สำรองข้อมูลก่อนการดำเนินการ โดยทำตามขั้นตอนในลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่
กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบเพิ่มเติม เพื่อการดำการแก้ไขปัญหาต่อไป ทางทีมงานต้องขออภัยอีกครั้งในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ขอบคุณครับ
จากทีมงาน Microsoft