แชร์ผ่าน

ไดร์ฟ D กับ C ผมข้อมูลมันสลับที่กันตต้องทำยังไงครับ ?

ไม่ระบุชื่อ
2020-08-12T07:59:30+00:00

ตามหัวข้อครับ 

ตอนนี้ข้อมูลในไดร์ฟมันสลับกัน

ไอ่ข้อมูลไดร์ฟ C ก็ไปอยู่ D

ส่วนข้อมูบไดร์ฟ D ก็ดันไปอยู่ C

ใครพอจะมีวิธีแก้ไขแบบไม่ต้องลง Windows ใหม่ไหมครับ

ขอบคุณครับ

Windows สำหรับการใช้งานที่บ้าน | Windows 10 | ไฟล์ โฟลเดอร์ และที่เก็บข้อมูล

คำถามที่ถูกล็อก คำถามนี้ถูกโยกย้ายจากชุมชนฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft คุณสามารถลงคะแนนว่ามีประโยชน์หรือไม่ แต่ไม่สามารถเพิ่มความคิดเห็นหรือตอบกลับหรือติดตามคำถามได้

0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น

1 คำตอบ

เรียงลำดับตาม: มีประโยชน์มากที่สุด
  1. ไม่ระบุชื่อ
    2020-08-13T02:31:43+00:00

    สวัสดีครับ คุณ NpatsornNiyaso

    ยินดีต้อนรับเข้าสู่ฝ่ายสนับสนุน Microsoft Community ครับ

    สำหรับปัญหาที่คุณแจ้งว่า ข้อมูลใน Drive C และ Drive D สลับกันนั้น ทางทีมงานเราสันนิฐานว่า ในส่วนนี้อาจจะเป็นไปได้ว่าตัวซอฟแวร์ของ Windows นั้น อาจเกิดการเสียหาย (Software corrupted) หลังจากการ update software บางตัวหรือเกิดจากการติดตั้งแอบพลิเคชั่นต่างๆก็เป็นไปได้ครับ ก่อนอื่นทีมงานขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการวิเคราะห์ปัญหาดังนี้ครับ

    1. ก่อนเกิดปัญหาดังกล่าว คุณได้ทำการเปลี่ยนแปลง upgrade / update Windows หรือไม่ครับ

    2. ก่อนเกิดปัญหาดังกล่าว คุณได้ทำการติดตั้ง Program ใดๆบน PC หรือไม่ครับ โดยเฉพาะโปรแกรมสแกนไวรัสอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของ Microsoft (Third-party Antivirus)

    3. ไม่ทราบว่าคุณใช้ Windows 10 Build เวอร์ชั่นใดครับ เช่น Windows 10 Pro 1909/2004 เป็นต้น

    (คุณสามารถตรวจสอบ OS Build โดยไปที่ Settings > System > About > ให้ดูที่ OS build ครับ)

    4. ไม่ทราบว่าคุณล็อคอินเข้าใช้คอมพิวเตอร์โดยใช้บัญชี Administrator หรือเปล่าครับ

    5. คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องที่ใช้งานในบ้านหรือในองกรค์บริษัทครับ

    1. ไม่ทราบว่ามีข้อความหรือรหัสข้อผิดพลาดใดๆแสดงหรือไม่ครับ หากมี ทางเราขอทราบปริ้นสกรีนหน้าที่ประสบปัญหาเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดเพิ่มเติมด้วยครับ

    ไม่ทราบว่านอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว การใช้งานของ Windows และ Programs อื่นๆ สามารถใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ครับ

    *(กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบเพิ่มเติม เพื่อการดำการแก้ไขปัญหาต่อไป)

    และเบื้องต้นทางเราเเนะนำให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ

    วิธีที่ 1 การ Update Windows 10 (หากยังไม่ได้มีการ update Windows ครับ)

    เนื่องจาก Microsoft ได้มีการพัฒนา Software และทุก Programs อย่างต่อเนื่องเพื่อความทันสมัยและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้งานจึงควร Update Windows version ล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ หากคุณไม่ได้ Update จะส่งผลต่อการใช้งานได้ ดังนั้นทางเราแนะนำให้ตรวจสอบการ Update Windows อีกครั้งโดย

    > คลิก Setting > คลิก Update & Security > คลิก Check for Update ครับ

    วิธีที่ 2 การอัพเดท Driver

    เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ คุณสามารถตรวจสอบว่าสาเหตุเกิดจาก Driver หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อหรือไม่โดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ

    > พิมพ์ Device Manager ที่ช่องการค้นหา

    > คลิกขวาที่ Driver ที่ต้องการอัปเดต

    > เลือก Update Driver หรือเลือก Search automatically for update drivers software

    > เมื่อการอัพเดทเสร็จสิ้นให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ และตรวจสอบว่าปัญหายังเป็นแบบเดิมหรือไม่

    วิธีที่ 3 Running System file checker (SFC Checker)

    เพื่อที่จะตรวจสอบและแก้ไขส่วนเสียหายของ Windows System Files

    > กดปุ่ม Windows + X

    > แล้วเลือกกดที่ Command Prompt (Admin)

    > หากหน้าจอไดแสดง Do you want to allow the following program to make changes to this computer? ให้กด Yes

    > เมื่อเข้าสู่หน้าจอ Administrator:Command Prompt แล้ว

    > ให้พิมพ์ sfc /scannow  (โปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรคครับ)  

    > รอสักพักหนึ่งจนกว่าการทำงานของ sfc /scannow จนจบ และให้ลองสังเกตว่ามี มีปัญหาหรือไม่ครับ

    วิธีที่ 4 การเเก้ไขความเสียหายไฟล์ของ Windows  

    ทางเราเเนะนำให้คุณรัน DISM tool เเละ SFC scan ครับ ซึ่งวิธีนี้จะสามารถซ่อมเเซมเเฟ้มระบบ Windows ที่สูญหายหรือเสียหาย ซึ่งคุณสามารถทำขั้นตอนดังนี้  

    > กดปุ่ม Windows จากนั้นให้พิมพ์ Command Prompt

    > คลิกขวาที่ Command Prompt เเล้วเลือก Run as administrator

    > คัดลอก (Copy) คำสั่งต่อไปนี้

    DISM.exe /Online /Cleanup-image /Restorehealth   กด Enter

    > คัดลอก (Copy) คำสั่งต่อไปนี้ 

    sfc /scannow  เเล้วกด Enter    

    หมายเหตุ: (โปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรคก่อนเครื่องหมาย / ครับ)    

    > เมื่อ Run Command ดังกล่าวเสร็จสิ้น ให้ลองตัวสอบดูว่าพบปัญหาหรือไม่ครับ

    วิธีที่ 5 สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่ (Create new user account)

    ในการแยกปัญหา ทางเราขอแนะนําให้คุณทำการสร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่ (Create new user account)และตรวจสอบว่ามีปัญหาเดียวกันเกิดขึ้นหรือไม่ใน User Account ใหม่ที่สร้างขึ้นครับ วิธีนี้จะสามารถชี้แจงได้ว่าปัญหาดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นจากความเสียหายของไฟล์หรือความเสียหายของโปรไฟล์ผู้ใช้ครับ สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่

    หากว่าปัญหาดังกล่าวไม่เกิดขึ้นในส่วนของ User Account ใหม่ที่เพิ่งสร้าง นั้นหมายความว่าปัญหาดังกล่าวนั้น เกิดจากบัญชีผู้ใช้ที่เสียหาย (User account corrupted)

    *****หากว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่คุณเพิ่งได้ทำการ Update Windows 10 นั้น ทางเราเเนะนำให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ

    วิธีที่ 6 Windows 10 In-Place Upgrade (การดำเนินการอัพเกรดในตัว)

    ทางเราเเนะนำให้ดาวน์โหลด Windows 10 Media Creation Tool และใช้วิธีการ “In-Place Upgrade” ของ Windows 10 ครับ ซึ่งคุณสามารถศึกษาขั้นตอนการดำเนินการอัพเกรดในตัวจากวีดีโอในลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่

    (บทความในลิงค์ดังกล่าวนั้นจะเป็นบทความภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ ดังนั้นให้คุณดำเนินตามภาพประกอบเป็นหลักครับ แต่หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบครับ)

    วิธีที่ 7 การย้อยกลับไปยัง Windows version ก่อนการ update Windows ครับ ซึ่งคุณสามารถศึกษาขั้นตอนการดำเนินการอัพเกรดในตัวจากวีดีโอในลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่

    (บทความในลิงค์ดังกล่าวนั้นจะเป็นบทความภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ ดังนั้นให้คุณดำเนินตามภาพประกอบเป็นหลักครับ แต่หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบครับ)

    หมายเหตุ: ทางเราเเนะนำให้สำรองข้อมูลก่อนการดำเนินการ โดยทำตามขั้นตอนในลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่

    แต่ในกรณีที่คุณได้อัพเดทเกิน 10 วัน คุณจะไม่สามารถย้อนกลับไปใช้เวอร์ชั่นก่อนหน้าโดยทำตามวิธีทั่วไปครับ เเต่คุณสามารถย้อนกลับไปใช้เวอร์ชั่นก่อนหน้าโดยทำตามวิธีดังต่อไปนี้ครับ 

    วิธีที่ 8 ถอนการติดตั้ง Windows Update

    > ไปที่ Settings

    > ไปที่ Update & Security

    > เลือก Recovery

    > คลิกที่ Get started ภายใต้ Go back to an earlier build section

    คุณยังสามารถตรวจทานส่วนการกลับไปยัง Windows รุ่นก่อนหน้า “Go back to your previous version of Windows” ได้ที่นี่ คลิกที่นี่

    วิธีที่ 9 การคืนค่าจากจุดคืนค่าระบบ (Restore from a system restore point)

    หากก่อนทำการอัพเดท Build ใหม่ คุณได้สร้างจุดคืนค่าระบบด้วยตนเอง คุณก็จะสามารถทำการย้อนกลับไปใช้ Build ก่อนหน้าโดยใช้วิธีนี้ครับ สำหรับขัั้นตอนการคืนค่าจากจุดคืนค่าระบบเเละรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้คุณสามารถศึกษาจากลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่ เมื่อเปิดลิงค์ดังกล่าวให้ดูที่หัวข้อ “คืนค่าจากจุดคืนค่าระบบ” นะครับ 

    หมายเหตุ: ทางเราเเนะนำให้สำรองข้อมูลก่อนการดำเนินการ โดยทำตามขั้นตอนในลิงค์นี้ครับ คลิกที่นี่

    กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบเพิ่มเติม เพื่อการดำการแก้ไขปัญหาต่อไป ทางทีมงานต้องขออภัยอีกครั้งในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

    ขอบคุณครับ                 

    จากทีมงาน Microsoft

    1 คนพบว่าคำตอบนี้มีประโยชน์
    0 ความคิดเห็น ไม่มีข้อคิดเห็น