เราเคยเจอปัญหานี้ สรุปคือเกิดจาก PSU เสีย เปลี่ยน PSU ใหม่ก็หายเลย
คอมรีสตาร์ทเองบ่อย
คอมรีสตาร์ทเองบ่อยๆ คับเกิดจากสาเหตุอะไรคับ
Windows สำหรับการใช้งานที่บ้าน | Windows 10 | ประสิทธิภาพและความล้มเหลวของระบ
คำถามที่ถูกล็อก คำถามนี้ถูกโยกย้ายจากชุมชนฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft คุณสามารถลงคะแนนว่ามีประโยชน์หรือไม่ แต่ไม่สามารถเพิ่มความคิดเห็นหรือตอบกลับหรือติดตามคำถามได้
2 คําตอบ
เรียงลำดับตาม: มีประโยชน์มากที่สุด
-
ไม่ระบุชื่อ
2021-04-11T14:49:10+00:00 -
ไม่ระบุชื่อ
2021-04-09T02:07:39+00:00 สวัสดีครับ คุณ วรชัยป้องชายชม
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ฝ่ายสนับสนุน Microsoft Community ครับ
สำหรับปัญหาที่คุณแจ้งว่า Windows 10 Restart เองอยู่บ่อยครั้งนั้น ทางทีมงานเราสันนิฐานว่า ในส่วนนี้อาจจะเป็นไปได้ว่าตัวซอฟแวร์ของ Windows นั้น อาจเกิดการเสียหาย (Software corrupted) หรือ ในส่วนของ Hard drive / Hardware อาจเกิดการเสียหายก็เป็นไปได้ครับ เบื้องต้น ทีมงานขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการวิเคราะห์ปัญหาดังนี้ครับ
- ก่อนเกิดปัญหาดังกล่าว คุณได้ทำการเปลี่ยนแปลง upgrade / update Windows หรือไม่ครับ
- ก่อนเกิดปัญหาดังกล่าว คุณได้ทำการติดตั้ง Program ใดๆบน PC หรือไม่ครับ โดยเฉพาะโปรแกรมสแกนไวรัสอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของ Microsoft (Third-party Antivirus)
- ไม่ทราบว่าคุณใช้ Windows 10 Build เวอร์ชั่นใดครับ เช่น Windows 10 Pro 1909/2004 เป็นต้น
(คุณสามารถตรวจสอบ OS Build โดยไปที่ Settings > System > About > ให้ดูที่ OS build ครับ)
- ไม่ทราบว่าคุณล็อคอินเข้าใช้คอมพิวเตอร์โดยใช้บัญชี Administrator หรือเปล่าครับ
- ไม่ทราบว่าคอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องที่ใช้งานในบ้านหรือในองค์กรบริษัทครับ
- ไม่ทราบว่ามีข้อความหรือรหัสข้อผิดพลาดใดๆแสดงหรือไม่ครับ หากมี ทางเราขอทราบปริ้นสกรีนหน้าที่ประสบปัญหาเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดเพิ่มเติมด้วยครับ
- ไม่ทราบว่านอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว การใช้งานของ Windows และ Programs อื่นๆ สามารถใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ครับ
*(กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบเพิ่มเติม เพื่อการดำการแก้ไขปัญหาต่อไป)
เบื้องต้นทางเราเเนะนำให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ
วิธีที่ 1 การ Update Windows 10
*หมายเหตุ**:** หากว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ได้มีการ Update Windows 10 นั้น ให้คุณข้ามขั้นตอนนี้ไปครับ และดำเนินด้วยวิธีแก้ไขปัญหาโดยใช้วิธีที่ 2 เป็นต้นไปครับ
เนื่องจาก Microsoft ได้มีการพัฒนา Software และทุก Programs อย่างต่อเนื่องเพื่อความทันสมัยและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้งานจึงควร Update Windows version ล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ หากคุณไม่ได้ Update จะส่งผลต่อการใช้งานได้ ดังนั้นทางเราแนะนำให้ตรวจสอบการ Update Windows อีกครั้งโดย
> คลิก Setting > คลิก Update & Security > คลิก Check for Update ครับ
หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางทีมงานเราขอแนะนำให้ทำตามวิธีที่ 2 ครับ
วิธีที่ 2 การอัพเดท Driver
เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ คุณสามารถตรวจสอบว่าสาเหตุเกิดจาก Driver หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อหรือไม่โดยทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ
> พิมพ์ Device Manager ที่ช่องการค้นหา
> คลิกขวาที่ Driver ที่ต้องการอัปเดต
> เลือก Update Driver หรือเลือก Search automatically for update drivers software
> เมื่อการอัพเดทเสร็จสิ้นให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ และตรวจสอบว่าปัญหายังเป็นแบบเดิมหรือไม่
หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางทีมงานเราขอแนะนำให้ทำตามวิธีที่ 3 ครับ
วิธีที่ 3 การอัพเดทการ์ดจอ
> กดปุ่ม Windows + X
> เลือก Device Manager
> เลือก Display Adapter
> คลิกขวาที่ Graphics Driver
> เลือก Update Driver Software
> หลังจากการอัพเดทเสร็จสิ้น ให้ทำการ Restart เครื่องครับ
> และให้คุณทำการถอดสาย USB ทั้งหมดที่ต่อกับตัวเครื่องเช่น Mouse และ Keyboard ออก และเสียบเข้าไปใหม่หลังจากที่เครื่องเปิดขึ้นมาที่หน้าจอ Windows หลักอย่างสมบูรณ์แล้วครับ
> หลังจากนั้นลองทำการ เปลี่ยนการตั้งค่าการ์ดจอจาก High Performance ให้เป็น Power Saving
> หลังจากนั้นให้ลองตรวจสอบดูว่าปัญหาได้รับการแก้ไขหรือไม่ครับ
หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางทีมงานเราขอแนะนำให้ทำตามวิธีที่ 4 ครับ
วิธีที่ 4 Running System file checker (SFC Checker)
เพื่อที่จะตรวจสอบและแก้ไขส่วนเสียหายของ Windows System Files
> กดปุ่ม Windows + X
> แล้วเลือกกดที่ Command Prompt (Admin)
> หากหน้าจอไดแสดง Do you want to allow the following program to make changes to this computer? ให้กด Yes
> เมื่อเข้าสู่หน้าจอ Administrator:Command Prompt แล้ว
> ให้พิมพ์ sfc /scannow (โปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรคครับ)
> รอสักพักหนึ่งจนกว่าการทำงานของ sfc /scannow จนจบ และให้ลองสังเกตว่ามี มีปัญหาหรือไม่ครับ
วิธีที่ 5 การเเก้ไขความเสียหายไฟล์ของ Windows
ทางเราเเนะนำให้คุณรัน DISM tool เเละ SFC scan ครับ ซึ่งวิธีนี้จะสามารถซ่อมเเซมเเฟ้มระบบ Windows ที่สูญหายหรือเสียหาย ซึ่งคุณสามารถทำขั้นตอนดังนี้
> กดปุ่ม Windows จากนั้นให้พิมพ์ Command Prompt
> คลิกขวาที่ Command Prompt เเล้วเลือก Run as administrator
> คัดลอก (Copy) คำสั่งต่อไปนี้
DISM.exe /Online /Cleanup-image /Restorehealth กด Enter
> คัดลอก (Copy) คำสั่งต่อไปนี้
sfc /scannow เเล้วกด Enter
หมายเหตุ: (โปรดตรวจสอบและระวังการใช้เว้นวรรคก่อนเครื่องหมาย / ครับ)
> เมื่อ Run Command ดังกล่าวเสร็จสิ้น ให้ลองตัวสอบดูว่าพบปัญหาหรือไม่ครับ
วิธีที่ 6 Windows 10 In-Place Upgrade (การดำเนินการอัพเกรดในตัว)
ทางเราเเนะนำให้ดาวน์โหลด คลิกทีนี่ และใช้วิธีการ “In-Place Upgrade” ของ Windows 10 ครับ ซึ่งคุณสามารถศึกษาขั้นตอนการดำเนินการอัพเกรดในตัวจากวีดีโอในลิงค์นี้ครับ คลิกทีนี่
(บทความในลิงค์ดังกล่าวนั้นจะเป็นบทความภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ ดังนั้นให้คุณดำเนินตามภาพประกอบเป็นหลักครับ แต่หากคุณมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบครับ)
วิธีที่ 7 การซ่อมแซมอัตโนมัติโดยการสร้างสื่อ
การซ่อมแซมอัตโนมัติ (Automatic Repair) เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้วินิจฉัยทั่วไปและซ่อมแซมปัญหาต่าง ๆ ซึ่งคุณต้องดาวน์โหลดเครื่องมือการสร้างสื่อจากลิงค์นี้ครับ คลิกทีนี่เมื่อสร้างสื่อเรียบร้อยแล้วให้ทำตามวิธีดังนี้ครับ
> ถอดการเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกทั้งหมด ยกเว้นเม้าส์และคีย์บอร์ด
> เสียบ USB หรือแผ่น CD ที่ดาวน์โหลดเครื่องมือการสร้างสื่อ แล้วเลือกการตั้งค่าภาษา เวลาและคีย์บอร์ดที่ถูกต้อง
> คลิก Next แล้วคลิก Repair Your Computer
> เลือก Troubleshoot แล้วเลือก Advance Options
> เลือก Automatic Repair จากนั้นเลือกระบบปฏิบัติการที่ต้องการ
หมายเหตุ: การซ่อมแซมดังกล่าวอาจทำให้ข้อมูล เสียหายได้
ดังนั้นคุณควรสำรองข้อมูลที่สำคัญ ไว้ก่อนครับ โดยทำตามขั้นตอนจากลิงค์นี้ครับ คลิกทีนี่
วิธีที่ 8 Clean Boot
ทางเราเเนะนำให้คลีนบูตโดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ครับ คลิกที่นี่ การคลีนบูต คือการเริ่มระบบ Windows โดยการใช้ชุดโปรเเกรมเริ่มต้นน้อยที่สุด ซึ่งจะช่วยขจัดข้อขัดเเย้งของ Software ที่เกิดขึ้นตอนคุณได้ทำการอัพเดท หรือติดตั้งโปรเเกรมบนคอมพิวเตอร์ ครับ
หมายเหตุ: คุณควรสำรองข้อมูลที่สำคัญ ไว้ก่อนทำการคลีนบูต โดยทำตามขั้นตอนนี้ครับ คลิกทีนี่
หมายเหตุ: เราไม่เเนะนำให้ทำการ Clean boot หากคุณใช้วิธีการ Log in เข้า Windows ด้วยกับโปรแกรมดังนี้ เช่น การตรวจสอบลายนิ้วมือ จากรูปถ่ายหรือวิธีอื่นที่ไม่ใช่การ Log in โดยการพิมพ์รหัสที่เป็นมาตรฐานของ Windows เนื่องจากการทำ Clean boot จะปิดการทำงานดังกล่าวและท่านจะไม่สามารถ Log in เข้า Windows ได้ครับ
กรุณาแจ้งให้ทางเราทราบหากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทางทีมงานต้องขออภัยอีกครั้งในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ขอบคุณครับ
ทีมงาน Microsoft